มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

แครอท

สนาม: ไชน่าเดลี่เน็ตเหอหนาน

บทนำ: 27 มค61-ความคืบหน้ากรณี นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง ม2 อายุ 14 ปี โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนน่าเชื่อว่า ผอโรงเรียนรายดังกล่าวกระทำผิดคดีอาญาในข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำอนาจาร ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ ผอโรงเรียนรายนี้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วนั้น พันตำรวจเอก คารม บุญสด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ผอโรงเรียนรายนี้ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยได้นัดหมายเข้าให้ปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดตามหมายเรียกปลายสัปดาห์หน้า ภายในวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ ผอโรงเรียนรายนี้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน 3 ข้อหา ประกอบด้วย พรากผู้เยาว์ อนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และคดีหมิ่นประมาท...

Senqiu Silver Shadow

สนาม: Jiujiang Media Network

บทนำ:ผู้มีบารมีครองโลก :

ตารางคะแนนบอล อังกฤษลีกวันการพนัน
j3h | <动态当天时间> | อ่าน(548) | แสดงความคิดเห็น(62)
การชะลอบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่เป็นกฎหมายการเงิน รัฐบาลประชาธิปไตยทั่วโลกไม่มีที่ไหนใช้กับกฎหมายการเลือกตั้ง ส่วนเพื่อไทยชี้คำพูดของ ประยุทธ์ ล้มละลายด้านความน่าเชื่อถือไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (พรปสว) อีกทั้งยังให้ลดกลุ่มอาชีพจาก 20 กลุ่ม เหลือเพียง 10 กลุ่ม ว่าให้ความเห็นได้ยาก เนื่องจากตั้งแต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) ยกร่างมา ก็มีความไม่ชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งระบบการเลือกจากพื้นที่มาสู่ประเทศ และการเลือกไขว้ จึงน่าจะยากที่จะออกแบบให้ลงตัว เขากล่าวกรณีที่ สนชมีมติเสียงข้างมากให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (พรปสส) ออกไป 90 วัน หลังประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาว่า ตนย้ำตลอดว่าหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ต้องการจะเลื่อนการเลือกตั้ง ควรจะชี้แจงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและ คสชเอง ส่วนกรณีที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก เพราะอาจจะเกิดเร็วกว่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม หาก คสชไม่พร้อมจัดการเลือกตั้งควรอธิบายกับสังคมว่าทิศทางต่อจากนี้คืออะไร เพราะประชาชนยังรอคอยการเลือกตั้ง รู้สึกแปลกใจที่ คสชยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยก้าวล่วงการพิจารณากฎหมายของ สนช แต่กลับออกมาตรา 44 เพื่อแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หาก คสชต้องการให้กฎหมายออกมาทิศทางใด ก็สามารถดำเนินการได้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยากจะเข้าใจตามที่ คสช รัฐบาล และ สนชชี้แจงการขยายเวลาแบบที่ได้คืบจะเอาศอก อย่าโทษนักการเมือง ว่ากระสันอยากลงเลือกตั้ง โดยสิ่งที่เป็นตัวเร่งในทางลบต่อรัฐบาลนี้ ทำให้ลดความน่าเชื่อถือจากประชาชนคือ การพูดอย่าง ทำอย่าง ซ้ำๆ หลายครั้ง ขอให้รัฐบาลพูดความจริงออกมาตรงๆ จะเลื่อนไปกี่วัน และอย่างไร ถ้ามัวโกหกรายวันจะมีแต่ผลลบ ตัวเร่งสำคัญคือปากท้องของพี่น้องประชาชน คนจนจะอดตายกันทั้งประเทศ ทั้งยางพารา พืชผลทางการเกษตรกำลังเป็นปัจจัยลบต่อรัฐบาลนี้อย่างรุนแรง และหยุดโทษนักการเมือง อย่าโทษรัฐบาลก่อน ต้องโทษรัฐบาลนี้ และโทษตัวเองที่ไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้พี่น้องอยู่ดีกินดีได้ จึงต้องเปิดเผยความจริงออกมา ว่ารัฐบาลต้องการอะไรกันแน่ พูดอย่างทำอย่างแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น นายวิรัตน์กล่าวซัด บิ๊กตู่ ตีบทแตก นายวิรัช ร่มเย็น อดีต สสระนองและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถึงเวลานี้ต้องยอมรับว่า พลอประยุทธ์ตีบทแตกยิ่งกว่าดารารับรางวัลออสการ์ บริหารอำนาจมา 4 ปี เล่นการเมืองแบบตีเนียน ถามว่าออกข่าวนี้ผ่านสื่อไปแล้วสังคมไทย สังคมโลกจะเชื่อคำพูดที่สวนทางกับการกระทำเช่นนั้นหรือ เพราะครั้งแรก คสชระบุเองว่าตามโรดแมปจะให้มีการเลือกตั้งปี 2559 และเลื่อนมาเป็นปี 2560 จากนั้นก็ประกาศยืนยันทั้งในเวทีโลกและสังคมไทยว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พย2561 กระทั่งล่าสุด มีการปรับแผนให้ สนชใช้อภินิหารทางกฎหมาย โดยเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งออกไปอีก 90 วันนับแต่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งสอดคล้องกับการยอมรับของผู้มีอำนาจตัวจริงในรัฐบาล คสชอย่าง พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ รมวกลาโหม โดยมีการอธิบายเหตุผลรับรองจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายว่าทำได้ เขากล่าวว่า ในวงการกฎหมายต่างทราบดีว่า การชะลอบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่จะใช้กับกฎหมายการเงิน รัฐบาลประชาธิปไตยทั่วโลกไม่มีที่ไหนใช้กับกฎหมายการเลือกตั้ง ถึงเวลานี้นายกฯประยุทธ์ยังกล้าเล่นปาหี่แสดงละครตบตาสังคมไทยว่าไม่รู้ ไม่เห็น แต่น่าแปลกที่ว่ากลับยอมรับว่าเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติตรากฎหมายออกมาแล้ว ก็ต้องยึดตามนั้น จะปฏิเสธอย่างไรก็คงไม่พ้นตัว เพราะตัวท่านคือต้นน้ำหรือตาน้ำของแม่น้ำห้าสายที่จะควบคุมให้แต่ละสายได้ทั้งองคาพยพ จึงขอให้ประกาศให้ชัดว่า เลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และสร้างภาพลักษณ์ดึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ไม่ใช่เป็นโรดแมปยืดได้หดได้เช่นที่มา นายวิรัชกล่าว ส่วนสมาชิกพรรคเพื่อไทยต่างวิจารณ์ประเด็นนี้อย่างรุนแรงเช่นกัน นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ หลอกใคร ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ที่ประเทศอินเดีย กรณี สนช ลงมติขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง สส ว่า เป็นเรื่องของ สนช ที่ตนไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่ตนพร้อมที่จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และหลักการทุกประการตามขั้นตอนของกฎหมาย พลเอกประยุทธ์คงต้องการสื่อให้สหภาพยุโรปและสหรัฐที่ตนไปสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในปี 2561 เชื่อว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สนช เพราะอยู่ต่างประเทศ คงคิดว่ามหาอำนาจมีระดับสติปัญญาเท่ากับตัวเองและคนที่สนับสนุนให้ตนออกมายึดอำนาจ ตามข้อเท็จจริง กฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2560 หากพลเอกประยุทธ์เป็นคนตรงหรือเคารพกฎหมาย จะต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 ซึ่งพ้นงานพระราชพิธีแล้ว แต่กลับถ่วงเวลาจนต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสชที่ 53/2560 ขยายเวลาทำกิจกรรมของพรรคการเมืองให้เริ่มจากวันที่ 1 เมษายน 2561 จากนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศก็ออกมาทดสอบโดยให้สัมภาษณ์ว่าต่างชาติน่าจะรับได้กับการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ถูกสหภาพยุโรปและสหรัฐสวนเอาแบบไม่เกรงใจว่า การเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จภายใน 2561 ตามที่สัญญาไว้ พลเอกประยุทธ์จึงต้องหาข้ออ้างแบบไร้เดียงสาว่าเป็นเรื่องของ สนช ที่ตนก้าวล่วงไม่ได้ ที่ผ่านมาผมเห็นแต่เผด็จการที่กล้าทำกล้ารับไม่โทษคนอื่น เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่พูดว่า ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หรือแม้แต่พลเอกสุจินดา คราประยูร ที่เคยบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ยังกล้ารับว่า ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ แต่ยุคหลังผมกลับเห็นแต่เผด็จการกระจอกที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ โกหกได้แบบไม่อายปาก อยากมีอำนาจแต่ขี้ขลาดโยนให้คนอื่นรับแทน จะไล่ให้ไปนุ่งผ้าถุงก็เสียดายผ้าที่แม่ผมนุ่ง เพราะคนประเภทนี้แม้แต่ผ้าถุงก็ไม่คู่ควร โคตรกระจอกเลยครับ ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป อาจเป็นเดือน กพ2562 ไม่เป็นไปตามที่ พลอประยุทธ์เคยประกาศไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน พย2561 พลอประยุทธ์บอกจะอยู่ไม่นาน แต่เลื่อนการเลือกตั้งมาหลายครั้ง โดยมีการสร้างเหตุผลต่างๆ มารองรับ ครั้งนี้ สนชก็สร้างเหตุผลต้องทำกฎหมายให้สอดคล้องกับคำสั่งที่ 53/2560 พลอประวิตรก็รับลูก บอกไม่น่ามีอะไรทำให้โรดแมปเลื่อนออกไปอีก ถ้าอยู่กันอย่างสงบเรียบร้อย แสดงว่าหากมีปัจจัยอะไรเกิดขึ้น การเลือกตั้งยังเลื่อนได้อีกใช่หรือไม่ ดังนั้นวันเลือกตั้งของรัฐบาลตอนนี้ไม่มีใครเชื่อถือแล้วว่าจะเป็นไปตามที่พูด ความเชื่อในคำพูดของ พลอประยุทธ์ได้ล้มละลายไปแล้ว แกนนำคนเสื้อแเดงรายนี้ยังกล่าวว่า การบริหารประเทศที่ผ่านมาเกือบ 4 ปี โครงการต่างๆ ของรัฐบาล ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึง ผลประโยชน์ต่างๆตกไปที่กลุ่มนายทุน ประชาชนต่างเอือมระอา และพอมีเรื่องอะไรที่ส่อแววทุจริต หน่วยงานตรวจสอบก็ไม่สามารถเอาผิดได้เลย กลับกลายเป็นการฟอกขาว ประชาชนไม่สามารถมีปากมีเสียง นายวรชัยกล่าวว่า ความหวังเดียวของประชาชนที่ต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการคือการเลือกตั้ง เพราะพวกเขาซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย จะได้เลือกผู้แทนมาทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ ไม่เหมือนคนที่ถูกแต่งตั้งที่ต้องรักษาผลประโยชน์ให้ผู้แต่งตั้งตัวเองเข้ามา เมื่อมีการยื้อเวลาออกไปเช่นนี้ ระวังประชาชนจะทนไม่ไหว จนออกมารวมตัวกันทวงคืนอำนาจของตัวเอง หากเป็นเช่นนั้น การยื้อเวลาของ สนชครั้งนี้ จะเป็นจุดจบของรัฐบาล คสชและแม่น้ำทั้ง 5 สาย ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ประชาชนไม่อยากรู้ว่า พลอประยุทธ์จะรู้เห็นกับ สนชหรือไม่เรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง เพราะคนไทยคงรู้ดีและคงเบื่อหน่ายอยู่แล้วกับสัญญาที่ผู้นำไทยแลนด์ไปพูดไว้ถึง 3 ครั้ง ว่าจะเลือกตั้งปี 2558 ที่โตเกียว เลือกตั้งปี 2559 ที่ UN เลือกตั้งปี 2560 ที่ USA แต่ประชาชนคงอยากรู้ว่า พลอประยุทธ์จะตอบสหภาพยุโรป สหรัฐ และนานาชาติอย่างไร ในภาวะผู้นำไทยแลนด์มากกว่า และที่ผ่านมาประชาชนเข้าใจลึกซึ้งแล้วว่า ความจริงคืออะไร การปฏิรูป การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ที่อุตส่าห์ไปเป่านกหวีดเรียกคนดีออกมานั้น วันนี้เป็นอย่างไร รองโฆษกพรรคเพื่อไทยบอกว่า ประเด็นสำคัญคือประชาชนอยากรู้จริงๆ ว่ารัฐบาล คสชจะเอาเปรียบคนอื่นก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ขนาดไหน โดยเฉพาะการใช้กลไกของรัฐและเงินงบประมาณ ที่วันนี้เรียกได้ว่ายิ่งกว่าแนวคิดเฮเลคอปเตอร์มันนี โดยเฉพาะแจกเงินผ่านบัตรคนจนที่ พลอประยุทธ์ พยายามจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ประชานิยม ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยหรือประชานิยมนั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย และทุกประเทศก็ทำกัน แต่ประชานิยมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะเป็นการแจกเงินเปล่า และไม่ได้สร้างให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเอง ไม่เหมือนในอดีตที่นโยบายช่วยผู้มีรายได้น้อยของพรรคไทยรักไทยและเพื่อไทยที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ เช่น กองทุนหมู่บ้าน โอท็อป 30 บาทรักษาทุกโรค SME และ SML นายจิรายุยังกล่าวว่า นอกจากนี้ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยลำบากกันกว่า 3 ปี แต่รัฐบาลเพิ่งจะมาช่วย แล้ว พลอประยุทธ์ก็ประกาศเป็นนักการเมือง อดไม่ได้ที่ประชาชนต้องคิดว่าเป็นการแจกเงินเพื่อหาเสียงใช่หรือไม่ อีกทั้งบัตรคนจนก็ไปซื้อได้เฉพาะสินค้าของนายทุนบางคนเท่านั้น ไม่ได้ช่วยพ่อค้าแม่ค้าตามท้องตลาดเลย ซ้ำยังทำให้การค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมียอดขายต่ำลงอีก เพราะถูกแย่งตลาดไป ดังนั้นประชานิยมของ พลอประยุทธ์แทบจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร แถมยังจะเป็นภาระการเงิน การคลัง ของประเทศไปอีกนาน เพราะแจกแล้วก็จะเลิกแจกไม่ได้ ซึ่งต่างกับประชานิยมของพรรคเพื่อไทย ที่มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน คือ ประชาชนต้องทำงานเพื่อให้ได้รายได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่แจกเงิน วันนี้เมื่อเข้าสู่โหมดเตรียมตัวเลือกตั้ง รัฐบาลต้องไม่เอาเปรียบคนอื่นเหมือนกับที่เคยดูถูกไว้ในช่วงหลายรัฐบาลที่ผ่านมา และต้องออกมาอธิบายให้ได้ว่าตกลงแล้วเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างไร แย่ลงขนาดไหน และแนวทางจะแก้ไขในปีนี้เป็นอย่างไรประชาชนรอฟังอยู่ เพราะผลกระทบจากนานาชาติจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศมีปัญหามากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นคนไทยควรเตรียมตัวรับมือกับมรสุมเศรษฐกิจลูกใหม่ตั้งแต่เดือนหน้านี้เป็นต้นไป นายจิรายุกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณีนายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง สรที่ 21/2561 ลงวันที่ 23 มค2561 ข้อ 4 แต่งตั้ง จิตอาสา ให้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมทีม โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับตำบล ทุกตำบลทั่วประเทศ โดยในคำสั่งดังกล่าวมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ มท1 เป็นเลขานุการ ว่าจิตอาสากำเนิดขึ้นด้วยพลังบริสุทธิ์ของพสกนิกรทั่วประเทศที่อาสาทำงานเฉพาะกิจในพระราชพิธีสำคัญที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนคนไทยต่างแซ่ซ้องสดุดีจิตอาสาที่กระทำคุณงามความดีถวายฯ เป็นที่ประจักษ์ จึงควรยกคุณค่าของจิตอาสาไว้ในที่สูงที่จะทำกิจกรรมถวายฯ เท่านั้น หากจะมีกิจกรรมพิเศษที่นอกเหนือจากนี้ ก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นครั้งคราวไป เพราะจิตอาสาเกิดขึ้นจากพลังบริสุทธิ์ในการอาสาทำภารกิจสำคัญถวายฯ ดังกล่าวข้างต้น เขาบอกว่า ประการสำคัญ หากจะมีกิจกรรมพิเศษมอบให้จิตอาสาดำเนินการโครงการนั้น ไม่ควรมีข้อครหาสุ่มเสี่ยงกับกิจกรรมการเมืองหรือเกี่ยวเนื่องกับการเมือง อันอาจถูกครหาที่ไม่สมควรได้ ที่ตนจำเป็นต้องตั้งข้อสังเกตป้องกันจิตอาสาไว้ในที่สูง ไม่ให้มาทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเมืองหรือเกี่ยวเนื่องกับการเมือง เพราะ พลอประยุทธ์ได้ประกาศต่อสาธารณะว่า ท่านเป็นนักการเมือง และไม่ปฏิเสธปิดทางการเป็นนายกฯ จากคนนอก เฉพาะอย่างยิ่ง โครงการไทยนิยม ยั่งยืน กำลังถูกสังคมครหาว่าใช้งบประมาณแผ่นดินนับแสนล้านบาทในการสร้างความนิยมให้นายกฯ คนนอก ดังนั้น ด้วยความสุจริตใจ จึงควรกันจิตอาสาซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ให้มีภารกิจสำคัญในการทำงานถวายฯ เท่านั้น หากมีภารกิจพิเศษอื่นเกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็อาจพิจารณาเป็นครั้งคราวไป มิใช่ออกคำสั่งปูพรมไปทุกตำบลทั่วประเทศ หากเกิดการทุจริตในการใช้งบประมาณ เช่น โครงการ 9101 ที่ยังเคลียร์ไม่จบ ก็จะเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ใครจะรับผิดชอบ และจะรับผิดชอบกันไหวหรือ นายชวลิตกล่าว ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความเชื่อมั่นต่อการทำงานตรวจสอบรัฐบาล คสช ของ ปปช ว่า ทั้ง ปปชและรัฐบาล คสชต้องรับฟังและตรวจสอบตัวเองถึงเสียงสะท้อนความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ปปช ที่ร้อยละ 7632 เห็นว่ามีความไม่ปกติ ไม่โปร่งใส ร้อยละ 6104 ระบุว่ามีการแทรกแซงการทำงานของ ปปช จากรัฐบาล คสช คำชี้แจงของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงท่าทีจาก ปปช ทำให้ประชาชนกังขาและไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการตรวจสอบหรือไม่ เพราะแม้แต่กองหนุนของท่านเองยังตั้งคำถามในลักษณะเกิดวิกฤติศรัทธา ความเชื่อมั่นลดกองหนุนหดหายหรือไม่ ท่านต้องไปตรวจสอบมาตรฐานการทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ้าเป็นแบบลูบหน้าปะจมูก เลือกปฏิบัติ ประชาชนคงไม่อาจไว้วางใจหรือให้ความเชื่อมั่นได้ และเมื่อประชาชนสิ้นหวังต่อกระบวนการและมาตรฐานการตรวจสอบ ช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลจะประสบสภาวะยากลำบาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลทั้งระบบ โดยเฉพาะท่าทีของพลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชต่อการตรวจสอบเรื่องนี้ ประชาชนตั้งคำถามว่าระหว่างความถูกต้อง การตรวจสอบอย่างมีมาตรฐานธรรมาภิบาลกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ท่านมีหลักอย่างไร ประชาชนรอด้วยใจระทึกว่า ลำดับดัชนีคอร์รัปชัน หรือ CPI ที่จะเปิดเผยในเดือนกุมภาพันธ์ ประเทศไทยจะมีลำดับดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินดัชนีคอร์รัปชันดังกล่าว นายอนุสรณ์กล่าว จากกรณีผลสำรวจของศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง ความเชื่อมั่นต่อการทำงานตรวจสอบรัฐบาล คสชของ ปปช ระหว่างวันที่ 24-25 มกราคม 2561 จำนวน 1,250 คน โดยประชาชนร้อยละ 7632 เห็นว่าการทำงานของ ปปชมีความไม่ปกติ ไม่โปร่งใสในรัฐบาล และประชาชนร้อยละ 6104 เห็นว่ามีการแทรกแซงการทำงานของ ปปช จากรัฐบาล คสช นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนติดตามการทำงานของ ปปช จึงสามารถแสดงความเห็นได้ แต่คำถามใหญ่คือว่าทำไมประชาชนคิดอย่างนี้ ซึ่งเหตุผลแรกคือเรื่องที่มาของปปช ชัดเจนว่ามาจาก คสช อีกทั้งกรรมการยังมีความใกล้ชิดกับ คสช ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อถือแน่นอน อีกประเด็นหนึ่งคือ ประชาชนดูผลงานการทำหน้าที่ของ ปปชที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาคนในรัฐบาลก็มีคนที่มีความประพฤติมิชอบหลายเรื่อง และเป็นเรื่องที่สังคมกังขา แต่การตรวจสอบกลับไม่เห็นมีความคืบหน้าออกมา หรือได้แสดงให้เห็นความเอาจริงเอาจังอะไร เหล่านี้ทำให้ผลคำตอบออกมาแบบนี้ ผมคิดว่าประชาชนคงไม่หวังอะไรกับ ปปชชุดนี้ ถึงหวังก็คงไม่ได้อะไร เพราะที่ผ่านมาการทำงานของ ปปช เดินหน้าตรวจสอบเอาผิดฝ่ายตรงข้ามกับคสชอย่างเต็มที่ แต่กับฝ่าย คสชกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่ามีการเลือกข้าง เทกไซด์ นายชูศักดิ์ กล่าว พลตปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองวิพากษ์วิจารณ์กรรมาธิการ สนชลงมติขยายเวลาการบังคับใช้ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสออกไป 90 วันว่า ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกรอบของโรดแมป ในการเตรียมการส่งมอบอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินให้กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่ามีเงื่อนไขเวลาที่ขยับออกไป แต่ก็เป็นรายละเอียดที่ทำให้การปฏิบัติของพรรคการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม ส่วนการขยายเวลาออกไปอีก 90 วัน เป็นรายละเอียดการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ขอย้ำว่าไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้ คสชแต่อย่างใด เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์คือประเทศชาติและประชาชน เมื่อถามว่า แล้วจะชี้แจงให้พรรคการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน พลตปิยพงศ์ตอบว่า เราอธิบายตามข้อเท็จจริง ซึ่งเชื่อว่าเหตุและผลเป็นสิ่งที่ควรจะรับฟังและสามารถรับรู้ได้ถึงเจตนาที่ดี ถามอีกว่า การออกมาให้ความเห็นทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาและอียู ให้ทางการไทยยึดกรอบการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนปี 2561 นั้น พลตปิยพงศ์ กล่าวว่า คสชต้องเรียนด้วยความขอบคุณ เพราะทั้งสองคือมหามิตร และมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมายาวนาน จึงเชื่อมั่นได้ว่าเขาจะเข้าใจในความสำคัญว่าห้วงเวลานี้ คสชและรัฐบาลกำลังบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูป การพัฒนาการวางยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การดำเนินงานต่างๆ หลายๆ อย่างยังคงไปตามกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ที่สำคัญคือเมื่อประเทศไทยเป็นมิตรกับทุกประเทศ ทุกประเทศจึงควรเข้าใจ และคงเข้าใจ ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ และให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีเช่นกัน ทีมโฆษก คสช กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
nvx | <动态当天时间> | อ่าน(679) | แสดงความคิดเห็น(627)
27 มค61-ความคืบหน้ากรณี นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง ม2 อายุ 14 ปี โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนน่าเชื่อว่า ผอโรงเรียนรายดังกล่าวกระทำผิดคดีอาญาในข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำอนาจาร ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ ผอโรงเรียนรายนี้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วนั้น พันตำรวจเอก คารม บุญสด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ผอโรงเรียนรายนี้ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยได้นัดหมายเข้าให้ปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดตามหมายเรียกปลายสัปดาห์หน้า ภายในวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ ผอโรงเรียนรายนี้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน 3 ข้อหา ประกอบด้วย พรากผู้เยาว์ อนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และคดีหมิ่นประมาท【อ่านข้อความเต็ม】
xzx | <动态当天时间> | อ่าน(420) | แสดงความคิดเห็น(821)
27 มค61-ความคืบหน้ากรณี นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง ม2 อายุ 14 ปี โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนน่าเชื่อว่า ผอโรงเรียนรายดังกล่าวกระทำผิดคดีอาญาในข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำอนาจาร ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ ผอโรงเรียนรายนี้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วนั้น พันตำรวจเอก คารม บุญสด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ผอโรงเรียนรายนี้ได้โทรศัพท์ติดต่อกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยได้นัดหมายเข้าให้ปากคำ และรับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดตามหมายเรียกปลายสัปดาห์หน้า ภายในวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ ผอโรงเรียนรายนี้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน 3 ข้อหา ประกอบด้วย พรากผู้เยาว์ อนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และคดีหมิ่นประมาท【อ่านข้อความเต็ม】
8fn | <动态当天时间> | อ่าน(749) | แสดงความคิดเห็น(796)
การชะลอบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่เป็นกฎหมายการเงิน รัฐบาลประชาธิปไตยทั่วโลกไม่มีที่ไหนใช้กับกฎหมายการเลือกตั้ง ส่วนเพื่อไทยชี้คำพูดของ ประยุทธ์ ล้มละลายด้านความน่าเชื่อถือไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (พรปสว) อีกทั้งยังให้ลดกลุ่มอาชีพจาก 20 กลุ่ม เหลือเพียง 10 กลุ่ม ว่าให้ความเห็นได้ยาก เนื่องจากตั้งแต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) ยกร่างมา ก็มีความไม่ชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งระบบการเลือกจากพื้นที่มาสู่ประเทศ และการเลือกไขว้ จึงน่าจะยากที่จะออกแบบให้ลงตัว เขากล่าวกรณีที่ สนชมีมติเสียงข้างมากให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (พรปสส) ออกไป 90 วัน หลังประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาว่า ตนย้ำตลอดว่าหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ต้องการจะเลื่อนการเลือกตั้ง ควรจะชี้แจงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและ คสชเอง ส่วนกรณีที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก เพราะอาจจะเกิดเร็วกว่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม หาก คสชไม่พร้อมจัดการเลือกตั้งควรอธิบายกับสังคมว่าทิศทางต่อจากนี้คืออะไร เพราะประชาชนยังรอคอยการเลือกตั้ง รู้สึกแปลกใจที่ คสชยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยก้าวล่วงการพิจารณากฎหมายของ สนช แต่กลับออกมาตรา 44 เพื่อแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หาก คสชต้องการให้กฎหมายออกมาทิศทางใด ก็สามารถดำเนินการได้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยากจะเข้าใจตามที่ คสช รัฐบาล และ สนชชี้แจงการขยายเวลาแบบที่ได้คืบจะเอาศอก อย่าโทษนักการเมือง ว่ากระสันอยากลงเลือกตั้ง โดยสิ่งที่เป็นตัวเร่งในทางลบต่อรัฐบาลนี้ ทำให้ลดความน่าเชื่อถือจากประชาชนคือ การพูดอย่าง ทำอย่าง ซ้ำๆ หลายครั้ง ขอให้รัฐบาลพูดความจริงออกมาตรงๆ จะเลื่อนไปกี่วัน และอย่างไร ถ้ามัวโกหกรายวันจะมีแต่ผลลบ ตัวเร่งสำคัญคือปากท้องของพี่น้องประชาชน คนจนจะอดตายกันทั้งประเทศ ทั้งยางพารา พืชผลทางการเกษตรกำลังเป็นปัจจัยลบต่อรัฐบาลนี้อย่างรุนแรง และหยุดโทษนักการเมือง อย่าโทษรัฐบาลก่อน ต้องโทษรัฐบาลนี้ และโทษตัวเองที่ไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้พี่น้องอยู่ดีกินดีได้ จึงต้องเปิดเผยความจริงออกมา ว่ารัฐบาลต้องการอะไรกันแน่ พูดอย่างทำอย่างแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น นายวิรัตน์กล่าวซัด บิ๊กตู่ ตีบทแตก นายวิรัช ร่มเย็น อดีต สสระนองและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถึงเวลานี้ต้องยอมรับว่า พลอประยุทธ์ตีบทแตกยิ่งกว่าดารารับรางวัลออสการ์ บริหารอำนาจมา 4 ปี เล่นการเมืองแบบตีเนียน ถามว่าออกข่าวนี้ผ่านสื่อไปแล้วสังคมไทย สังคมโลกจะเชื่อคำพูดที่สวนทางกับการกระทำเช่นนั้นหรือ เพราะครั้งแรก คสชระบุเองว่าตามโรดแมปจะให้มีการเลือกตั้งปี 2559 และเลื่อนมาเป็นปี 2560 จากนั้นก็ประกาศยืนยันทั้งในเวทีโลกและสังคมไทยว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พย2561 กระทั่งล่าสุด มีการปรับแผนให้ สนชใช้อภินิหารทางกฎหมาย โดยเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งออกไปอีก 90 วันนับแต่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งสอดคล้องกับการยอมรับของผู้มีอำนาจตัวจริงในรัฐบาล คสชอย่าง พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ รมวกลาโหม โดยมีการอธิบายเหตุผลรับรองจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายว่าทำได้ เขากล่าวว่า ในวงการกฎหมายต่างทราบดีว่า การชะลอบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่จะใช้กับกฎหมายการเงิน รัฐบาลประชาธิปไตยทั่วโลกไม่มีที่ไหนใช้กับกฎหมายการเลือกตั้ง ถึงเวลานี้นายกฯประยุทธ์ยังกล้าเล่นปาหี่แสดงละครตบตาสังคมไทยว่าไม่รู้ ไม่เห็น แต่น่าแปลกที่ว่ากลับยอมรับว่าเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติตรากฎหมายออกมาแล้ว ก็ต้องยึดตามนั้น จะปฏิเสธอย่างไรก็คงไม่พ้นตัว เพราะตัวท่านคือต้นน้ำหรือตาน้ำของแม่น้ำห้าสายที่จะควบคุมให้แต่ละสายได้ทั้งองคาพยพ จึงขอให้ประกาศให้ชัดว่า เลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และสร้างภาพลักษณ์ดึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ไม่ใช่เป็นโรดแมปยืดได้หดได้เช่นที่มา นายวิรัชกล่าว ส่วนสมาชิกพรรคเพื่อไทยต่างวิจารณ์ประเด็นนี้อย่างรุนแรงเช่นกัน นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ หลอกใคร ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ที่ประเทศอินเดีย กรณี สนช ลงมติขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง สส ว่า เป็นเรื่องของ สนช ที่ตนไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่ตนพร้อมที่จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และหลักการทุกประการตามขั้นตอนของกฎหมาย พลเอกประยุทธ์คงต้องการสื่อให้สหภาพยุโรปและสหรัฐที่ตนไปสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในปี 2561 เชื่อว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สนช เพราะอยู่ต่างประเทศ คงคิดว่ามหาอำนาจมีระดับสติปัญญาเท่ากับตัวเองและคนที่สนับสนุนให้ตนออกมายึดอำนาจ ตามข้อเท็จจริง กฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2560 หากพลเอกประยุทธ์เป็นคนตรงหรือเคารพกฎหมาย จะต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2560 ซึ่งพ้นงานพระราชพิธีแล้ว แต่กลับถ่วงเวลาจนต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสชที่ 53/2560 ขยายเวลาทำกิจกรรมของพรรคการเมืองให้เริ่มจากวันที่ 1 เมษายน 2561 จากนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศก็ออกมาทดสอบโดยให้สัมภาษณ์ว่าต่างชาติน่าจะรับได้กับการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ถูกสหภาพยุโรปและสหรัฐสวนเอาแบบไม่เกรงใจว่า การเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จภายใน 2561 ตามที่สัญญาไว้ พลเอกประยุทธ์จึงต้องหาข้ออ้างแบบไร้เดียงสาว่าเป็นเรื่องของ สนช ที่ตนก้าวล่วงไม่ได้ ที่ผ่านมาผมเห็นแต่เผด็จการที่กล้าทำกล้ารับไม่โทษคนอื่น เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่พูดว่า ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว หรือแม้แต่พลเอกสุจินดา คราประยูร ที่เคยบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ยังกล้ารับว่า ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ แต่ยุคหลังผมกลับเห็นแต่เผด็จการกระจอกที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ โกหกได้แบบไม่อายปาก อยากมีอำนาจแต่ขี้ขลาดโยนให้คนอื่นรับแทน จะไล่ให้ไปนุ่งผ้าถุงก็เสียดายผ้าที่แม่ผมนุ่ง เพราะคนประเภทนี้แม้แต่ผ้าถุงก็ไม่คู่ควร โคตรกระจอกเลยครับ ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป อาจเป็นเดือน กพ2562 ไม่เป็นไปตามที่ พลอประยุทธ์เคยประกาศไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน พย2561 พลอประยุทธ์บอกจะอยู่ไม่นาน แต่เลื่อนการเลือกตั้งมาหลายครั้ง โดยมีการสร้างเหตุผลต่างๆ มารองรับ ครั้งนี้ สนชก็สร้างเหตุผลต้องทำกฎหมายให้สอดคล้องกับคำสั่งที่ 53/2560 พลอประวิตรก็รับลูก บอกไม่น่ามีอะไรทำให้โรดแมปเลื่อนออกไปอีก ถ้าอยู่กันอย่างสงบเรียบร้อย แสดงว่าหากมีปัจจัยอะไรเกิดขึ้น การเลือกตั้งยังเลื่อนได้อีกใช่หรือไม่ ดังนั้นวันเลือกตั้งของรัฐบาลตอนนี้ไม่มีใครเชื่อถือแล้วว่าจะเป็นไปตามที่พูด ความเชื่อในคำพูดของ พลอประยุทธ์ได้ล้มละลายไปแล้ว แกนนำคนเสื้อแเดงรายนี้ยังกล่าวว่า การบริหารประเทศที่ผ่านมาเกือบ 4 ปี โครงการต่างๆ ของรัฐบาล ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึง ผลประโยชน์ต่างๆตกไปที่กลุ่มนายทุน ประชาชนต่างเอือมระอา และพอมีเรื่องอะไรที่ส่อแววทุจริต หน่วยงานตรวจสอบก็ไม่สามารถเอาผิดได้เลย กลับกลายเป็นการฟอกขาว ประชาชนไม่สามารถมีปากมีเสียง นายวรชัยกล่าวว่า ความหวังเดียวของประชาชนที่ต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการคือการเลือกตั้ง เพราะพวกเขาซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย จะได้เลือกผู้แทนมาทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ ไม่เหมือนคนที่ถูกแต่งตั้งที่ต้องรักษาผลประโยชน์ให้ผู้แต่งตั้งตัวเองเข้ามา เมื่อมีการยื้อเวลาออกไปเช่นนี้ ระวังประชาชนจะทนไม่ไหว จนออกมารวมตัวกันทวงคืนอำนาจของตัวเอง หากเป็นเช่นนั้น การยื้อเวลาของ สนชครั้งนี้ จะเป็นจุดจบของรัฐบาล คสชและแม่น้ำทั้ง 5 สาย ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ประชาชนไม่อยากรู้ว่า พลอประยุทธ์จะรู้เห็นกับ สนชหรือไม่เรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง เพราะคนไทยคงรู้ดีและคงเบื่อหน่ายอยู่แล้วกับสัญญาที่ผู้นำไทยแลนด์ไปพูดไว้ถึง 3 ครั้ง ว่าจะเลือกตั้งปี 2558 ที่โตเกียว เลือกตั้งปี 2559 ที่ UN เลือกตั้งปี 2560 ที่ USA แต่ประชาชนคงอยากรู้ว่า พลอประยุทธ์จะตอบสหภาพยุโรป สหรัฐ และนานาชาติอย่างไร ในภาวะผู้นำไทยแลนด์มากกว่า และที่ผ่านมาประชาชนเข้าใจลึกซึ้งแล้วว่า ความจริงคืออะไร การปฏิรูป การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ที่อุตส่าห์ไปเป่านกหวีดเรียกคนดีออกมานั้น วันนี้เป็นอย่างไร รองโฆษกพรรคเพื่อไทยบอกว่า ประเด็นสำคัญคือประชาชนอยากรู้จริงๆ ว่ารัฐบาล คสชจะเอาเปรียบคนอื่นก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ขนาดไหน โดยเฉพาะการใช้กลไกของรัฐและเงินงบประมาณ ที่วันนี้เรียกได้ว่ายิ่งกว่าแนวคิดเฮเลคอปเตอร์มันนี โดยเฉพาะแจกเงินผ่านบัตรคนจนที่ พลอประยุทธ์ พยายามจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ประชานิยม ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยหรือประชานิยมนั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย และทุกประเทศก็ทำกัน แต่ประชานิยมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะเป็นการแจกเงินเปล่า และไม่ได้สร้างให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเอง ไม่เหมือนในอดีตที่นโยบายช่วยผู้มีรายได้น้อยของพรรคไทยรักไทยและเพื่อไทยที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ เช่น กองทุนหมู่บ้าน โอท็อป 30 บาทรักษาทุกโรค SME และ SML นายจิรายุยังกล่าวว่า นอกจากนี้ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยลำบากกันกว่า 3 ปี แต่รัฐบาลเพิ่งจะมาช่วย แล้ว พลอประยุทธ์ก็ประกาศเป็นนักการเมือง อดไม่ได้ที่ประชาชนต้องคิดว่าเป็นการแจกเงินเพื่อหาเสียงใช่หรือไม่ อีกทั้งบัตรคนจนก็ไปซื้อได้เฉพาะสินค้าของนายทุนบางคนเท่านั้น ไม่ได้ช่วยพ่อค้าแม่ค้าตามท้องตลาดเลย ซ้ำยังทำให้การค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมียอดขายต่ำลงอีก เพราะถูกแย่งตลาดไป ดังนั้นประชานิยมของ พลอประยุทธ์แทบจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร แถมยังจะเป็นภาระการเงิน การคลัง ของประเทศไปอีกนาน เพราะแจกแล้วก็จะเลิกแจกไม่ได้ ซึ่งต่างกับประชานิยมของพรรคเพื่อไทย ที่มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน คือ ประชาชนต้องทำงานเพื่อให้ได้รายได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่แจกเงิน วันนี้เมื่อเข้าสู่โหมดเตรียมตัวเลือกตั้ง รัฐบาลต้องไม่เอาเปรียบคนอื่นเหมือนกับที่เคยดูถูกไว้ในช่วงหลายรัฐบาลที่ผ่านมา และต้องออกมาอธิบายให้ได้ว่าตกลงแล้วเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างไร แย่ลงขนาดไหน และแนวทางจะแก้ไขในปีนี้เป็นอย่างไรประชาชนรอฟังอยู่ เพราะผลกระทบจากนานาชาติจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศมีปัญหามากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นคนไทยควรเตรียมตัวรับมือกับมรสุมเศรษฐกิจลูกใหม่ตั้งแต่เดือนหน้านี้เป็นต้นไป นายจิรายุกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณีนายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง สรที่ 21/2561 ลงวันที่ 23 มค2561 ข้อ 4 แต่งตั้ง จิตอาสา ให้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมทีม โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับตำบล ทุกตำบลทั่วประเทศ โดยในคำสั่งดังกล่าวมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ มท1 เป็นเลขานุการ ว่าจิตอาสากำเนิดขึ้นด้วยพลังบริสุทธิ์ของพสกนิกรทั่วประเทศที่อาสาทำงานเฉพาะกิจในพระราชพิธีสำคัญที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนคนไทยต่างแซ่ซ้องสดุดีจิตอาสาที่กระทำคุณงามความดีถวายฯ เป็นที่ประจักษ์ จึงควรยกคุณค่าของจิตอาสาไว้ในที่สูงที่จะทำกิจกรรมถวายฯ เท่านั้น หากจะมีกิจกรรมพิเศษที่นอกเหนือจากนี้ ก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นครั้งคราวไป เพราะจิตอาสาเกิดขึ้นจากพลังบริสุทธิ์ในการอาสาทำภารกิจสำคัญถวายฯ ดังกล่าวข้างต้น เขาบอกว่า ประการสำคัญ หากจะมีกิจกรรมพิเศษมอบให้จิตอาสาดำเนินการโครงการนั้น ไม่ควรมีข้อครหาสุ่มเสี่ยงกับกิจกรรมการเมืองหรือเกี่ยวเนื่องกับการเมือง อันอาจถูกครหาที่ไม่สมควรได้ ที่ตนจำเป็นต้องตั้งข้อสังเกตป้องกันจิตอาสาไว้ในที่สูง ไม่ให้มาทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเมืองหรือเกี่ยวเนื่องกับการเมือง เพราะ พลอประยุทธ์ได้ประกาศต่อสาธารณะว่า ท่านเป็นนักการเมือง และไม่ปฏิเสธปิดทางการเป็นนายกฯ จากคนนอก เฉพาะอย่างยิ่ง โครงการไทยนิยม ยั่งยืน กำลังถูกสังคมครหาว่าใช้งบประมาณแผ่นดินนับแสนล้านบาทในการสร้างความนิยมให้นายกฯ คนนอก ดังนั้น ด้วยความสุจริตใจ จึงควรกันจิตอาสาซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ให้มีภารกิจสำคัญในการทำงานถวายฯ เท่านั้น หากมีภารกิจพิเศษอื่นเกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็อาจพิจารณาเป็นครั้งคราวไป มิใช่ออกคำสั่งปูพรมไปทุกตำบลทั่วประเทศ หากเกิดการทุจริตในการใช้งบประมาณ เช่น โครงการ 9101 ที่ยังเคลียร์ไม่จบ ก็จะเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ใครจะรับผิดชอบ และจะรับผิดชอบกันไหวหรือ นายชวลิตกล่าว ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความเชื่อมั่นต่อการทำงานตรวจสอบรัฐบาล คสช ของ ปปช ว่า ทั้ง ปปชและรัฐบาล คสชต้องรับฟังและตรวจสอบตัวเองถึงเสียงสะท้อนความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ปปช ที่ร้อยละ 7632 เห็นว่ามีความไม่ปกติ ไม่โปร่งใส ร้อยละ 6104 ระบุว่ามีการแทรกแซงการทำงานของ ปปช จากรัฐบาล คสช คำชี้แจงของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงท่าทีจาก ปปช ทำให้ประชาชนกังขาและไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการตรวจสอบหรือไม่ เพราะแม้แต่กองหนุนของท่านเองยังตั้งคำถามในลักษณะเกิดวิกฤติศรัทธา ความเชื่อมั่นลดกองหนุนหดหายหรือไม่ ท่านต้องไปตรวจสอบมาตรฐานการทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ้าเป็นแบบลูบหน้าปะจมูก เลือกปฏิบัติ ประชาชนคงไม่อาจไว้วางใจหรือให้ความเชื่อมั่นได้ และเมื่อประชาชนสิ้นหวังต่อกระบวนการและมาตรฐานการตรวจสอบ ช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลจะประสบสภาวะยากลำบาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลทั้งระบบ โดยเฉพาะท่าทีของพลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสชต่อการตรวจสอบเรื่องนี้ ประชาชนตั้งคำถามว่าระหว่างความถูกต้อง การตรวจสอบอย่างมีมาตรฐานธรรมาภิบาลกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ท่านมีหลักอย่างไร ประชาชนรอด้วยใจระทึกว่า ลำดับดัชนีคอร์รัปชัน หรือ CPI ที่จะเปิดเผยในเดือนกุมภาพันธ์ ประเทศไทยจะมีลำดับดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินดัชนีคอร์รัปชันดังกล่าว นายอนุสรณ์กล่าว จากกรณีผลสำรวจของศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง ความเชื่อมั่นต่อการทำงานตรวจสอบรัฐบาล คสชของ ปปช ระหว่างวันที่ 24-25 มกราคม 2561 จำนวน 1,250 คน โดยประชาชนร้อยละ 7632 เห็นว่าการทำงานของ ปปชมีความไม่ปกติ ไม่โปร่งใสในรัฐบาล และประชาชนร้อยละ 6104 เห็นว่ามีการแทรกแซงการทำงานของ ปปช จากรัฐบาล คสช นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนติดตามการทำงานของ ปปช จึงสามารถแสดงความเห็นได้ แต่คำถามใหญ่คือว่าทำไมประชาชนคิดอย่างนี้ ซึ่งเหตุผลแรกคือเรื่องที่มาของปปช ชัดเจนว่ามาจาก คสช อีกทั้งกรรมการยังมีความใกล้ชิดกับ คสช ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อถือแน่นอน อีกประเด็นหนึ่งคือ ประชาชนดูผลงานการทำหน้าที่ของ ปปชที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาคนในรัฐบาลก็มีคนที่มีความประพฤติมิชอบหลายเรื่อง และเป็นเรื่องที่สังคมกังขา แต่การตรวจสอบกลับไม่เห็นมีความคืบหน้าออกมา หรือได้แสดงให้เห็นความเอาจริงเอาจังอะไร เหล่านี้ทำให้ผลคำตอบออกมาแบบนี้ ผมคิดว่าประชาชนคงไม่หวังอะไรกับ ปปชชุดนี้ ถึงหวังก็คงไม่ได้อะไร เพราะที่ผ่านมาการทำงานของ ปปช เดินหน้าตรวจสอบเอาผิดฝ่ายตรงข้ามกับคสชอย่างเต็มที่ แต่กับฝ่าย คสชกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่ามีการเลือกข้าง เทกไซด์ นายชูศักดิ์ กล่าว พลตปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองวิพากษ์วิจารณ์กรรมาธิการ สนชลงมติขยายเวลาการบังคับใช้ พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สสออกไป 90 วันว่า ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกรอบของโรดแมป ในการเตรียมการส่งมอบอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินให้กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่ามีเงื่อนไขเวลาที่ขยับออกไป แต่ก็เป็นรายละเอียดที่ทำให้การปฏิบัติของพรรคการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม ส่วนการขยายเวลาออกไปอีก 90 วัน เป็นรายละเอียดการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ขอย้ำว่าไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้ คสชแต่อย่างใด เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์คือประเทศชาติและประชาชน เมื่อถามว่า แล้วจะชี้แจงให้พรรคการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน พลตปิยพงศ์ตอบว่า เราอธิบายตามข้อเท็จจริง ซึ่งเชื่อว่าเหตุและผลเป็นสิ่งที่ควรจะรับฟังและสามารถรับรู้ได้ถึงเจตนาที่ดี ถามอีกว่า การออกมาให้ความเห็นทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาและอียู ให้ทางการไทยยึดกรอบการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนปี 2561 นั้น พลตปิยพงศ์ กล่าวว่า คสชต้องเรียนด้วยความขอบคุณ เพราะทั้งสองคือมหามิตร และมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมายาวนาน จึงเชื่อมั่นได้ว่าเขาจะเข้าใจในความสำคัญว่าห้วงเวลานี้ คสชและรัฐบาลกำลังบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูป การพัฒนาการวางยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การดำเนินงานต่างๆ หลายๆ อย่างยังคงไปตามกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ที่สำคัญคือเมื่อประเทศไทยเป็นมิตรกับทุกประเทศ ทุกประเทศจึงควรเข้าใจ และคงเข้าใจ ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ และให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดีเช่นกัน ทีมโฆษก คสช กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
8xr | <动态当天时间> | อ่าน(213) | แสดงความคิดเห็น(245)
ปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับ World​ Economic​ Forum​ Annual​ Meeting​ หรือการประชุดสุดยอดผู้นำด้านเศรษฐกิจของโลกที่เมืองดาวอส​ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์​ ระหว่างวันที่ 23-26 มกราคมที่ผ่านมา โดยทิศทางหลักของการประชุมปีนี้ คือ​ Creating a Shared Future in a Fractured World เพื่อหาแนวทางที่จะเน้นย้ำความร่วมมือกันในเวทีโลก ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ​ ชึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ​ และไทยเราได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์หลักในการปฏิรูปประเทศเช่นกัน นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตทจำกัด(มหาชน) ซึ่งได้ร่วมการประชุมที่ดาวอสในฐานะผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนของประเทศไทยได้สรุปงาน WEF 2018 ไว้บนเฟซบุ๊กอย่างน่าสนใจว่า Prof Klaus Schwab ผู้ก่อตั้ง WEF และ Alain Berset, President ของ Swiss Confederation 2018 ได้กล่าวนำถึงความท้าทายหลักของโลกที่เราควรช่วยกันหาทางออก สรุปดังนี้ครับ - การพัฒนาเศรษฐกิจจะประสบความสำเร็จและยั่งยืนได้ จะต้องมีการกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรมในสังคม - สังคมโลกมีความรับผิดชอบร่วมกัน ที่จะสร้างความเสมอภาคในด้านการศึกษา สาธารณสุข สิทธิมนุษยชน และสถานะทางสังคม - ระบบการเปิดเสรีสร้างความร่วมมือ และ การประสานงานระหว่างกันจะสร้างความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีกว่าระบบชาตินิยมและตั้งกำแพงกีดกัน - ผู้นำต้องมีนโยบาย ที่จะให้ความสำคัญกับความมั่นคง สันติภาพ และสิทธิมนุษยชน - ระบบการศึกษาต้องปฏิรูปในทิศทางที่เตรียมบุคคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรม 40 - การปกครองที่มีประสิทธิภาพ มาจากระบบและองค์กรที่ทำงานได้จริง และมีเสถียรภาพ นอกจากนั้น ยังสรุปสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีอินเดีย Narendra Modi เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของอินเดียในอนาคตว่า ทำให้นึกถึง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานให้คนไทยเป็นหลักการดำรงชีวิตนะครับ และก็มั่นใจขึ้นว่า แนวทางการพัฒนาประเทศของเรา ภายใต้แนวคิดประชารัฐ คือให้ภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม (PPPP - Public and Private Partnership for the People) น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับทิศทางโลกด้าน Inclusive Growth เหลือแต่ต้องช่วยกันปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จจริงในวงกว้างครับ 【อ่านข้อความเต็ม】
xh8 | 2021-06-24 | อ่าน(69) | แสดงความคิดเห็น(742)
คุมเข้มปัตตานีหลังยังหาระเบิดอีก 2 ลูกไม่เจอ ผบฉกปัตตานีเผยยังคงไล่ล่าคนร้ายหลังเหตุระเบิดตลาดสดยะลา ขอความร่วมมือประชาชนงดสวมหมวกแก๊ปทั้งคนขับและคนซ้อนท้าย อนุโลม【อ่านข้อความเต็ม】
ptf | 2021-06-24 | อ่าน(888) | แสดงความคิดเห็น(814)
แฟนเพจเดือด!ฝาก ผู้ช่วยบิ๊กป้อม เตือนสติรัฐบาล ศรัทธาไม่เหลือแล้ว 27 มกราคม พศ 2561 เวลา 12:32 น 【อ่านข้อความเต็ม】
p8h | 2021-06-24 | อ่าน(994) | แสดงความคิดเห็น(278)
เพจเฟซบุ๊กโบราณนานมา โพสต์ว่า นิตยสารนิวส์วีก ฉบับวันที่ 5 กันยายน พศ 2509 บรรยายถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 ไว้ว่า ผู้มีพระเนตรสีนิล พระเกศาดำขลับ ทรงเปรียบเสมือนแจ็กกี้ เคนเนดี้ แห่งเอเชีย ด้วยความทรงเสน่ห์จนทรงได้รับเลือกเป็นอันดับแรกในฐานะ สตรีผู้ทรงความงามที่สุดในโลก เพื่อออกอากาศในรายการโทรทัศน์ของสหรัฐ【อ่านข้อความเต็ม】
ndb | 2021-06-24 | อ่าน(796) | แสดงความคิดเห็น(953)
สำหรับ ผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) มีรายละเอียดสรุป ดังนี้ ในด้านรายละเอียดข้อมูลโครงการ นั้น แนวเส้นทางจากสถานีบางซื่อ-พิษณุโลก ระยะทางรวม 380 กิโลเมตร ใช้เทคโนโลยี : ชินคันเซ็น/ความเร็วสูงสุดในการเดินรถ【อ่านข้อความเต็ม】
77v | 2021-06-23 | อ่าน(778) | แสดงความคิดเห็น(301)
วานนี้ นายไพศาล ได้โพสต์ ว่า ถ้าวันใดผมมีอำนาจ ผมจะขอนิรโทษกรรม ให้กับพี่น้องทั้งเหลืองทั้งแดง ที่ต้องคดี เกี่ยวกับการชุมนุม และความขัดแย้งทางการเมือง ยกเว้นคดีเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือโดยทุจริตหรือคดีเกี่ยวกับการโกงบ้านกินเมืองหรือฆ่าคน จะได้ปิดฉากความขัดแย้งภายในชาติเสียทีหนึ่ง【อ่านข้อความเต็ม】
xbl | 2021-06-23 | อ่าน(373) | แสดงความคิดเห็น(917)
ทั้งนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ฝ่ายไทยต้องจัดทำแผนระดับชาติและแผนพัฒนาภูมิภาคตามแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เพื่อประโยชน์สูงสุดทางด้านเศรษฐกิจและ การลงทุน รวมทั้งจำเป็นต้องจัดทำแผนคมนาคมขนส่งที่ครอบคลุมเพื่อให้การเชื่อมต่อการเดินทาง มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ฝ่ายไทยไม่ควรพิจารณาเพียงการสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่ควรพิจารณาว่าจะใช้รถไฟความเร็วสูงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองในภูมิภาค ได้อย่างไร【อ่านข้อความเต็ม】
7jx | 2021-06-23 | อ่าน(560) | แสดงความคิดเห็น(983)
เลื่อนโรดแมป 2561 ไม่มีเลือกตั้งที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ให้ความเห็นชอบร่าง พรบประกอบรัฐธรรมนูญที่สำคัญ 2 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง คือร่าง พรบการเลือกตั้ง สส และร่าง พรบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ไปเมื่อ 25 และ 26 มคที่ผ่านมาตามลำดับโดยร่าง พรบการเลือกตั้ง สสซึ่ง สนชเห็นชอบ มีการเขียนให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 90 วัน ซึ่งหากสุดท้ายร่าง พรบดังกล่าวประกาศใช้ตามนี้ ก็อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นในปลายปีนี้ ทำให้โรดแมปที่ คสชเคยประกาศไว้ต้องขยับออกไปศาสตราจารย์ ดรไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ทัศนะและวิเคราะห์โรดแมปการเลือกตั้ง ตลอดจนทิศทางการเมืองไทย เช่น อนาคตการเมืองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสชหลังจากนี้ โดยเฉพาะความเห็นว่าเพราะเหตุใดโรดแมปการเลือกตั้งจึงต้องเลื่อนออกไป ด้วยข้อคิดเห็นและทัศนะที่ยังไม่เคยมีใครพูดมาก่อนเมื่อถามถึงผลการประชุมของ สนชเมื่อวันที่ 25 มคที่ผ่านมา ซึ่งมีมติเห็นชอบในมาตรา 2 เรื่องการบังคับใช้ร่าง พรบการเลือกตั้ง สสที่ให้มีผล 90 วันหลังประกาศใช้ เรื่องดังกล่าวจะมีผลต่อโรดแมปการเลือกตั้งของประเทศต่อจากนี้อย่างไร ศดรไชยันต์ กล่าวว่า การเลือกตั้งก็ต้องถูกเลื่อนออกไปจนอาจถึงกลางปี 2562 โดยเรื่อง 90 วันดังกล่าว ปัญหาตอนนี้คือ พรบพรรคการเมืองที่ประกาศใช้แล้ว พรรคการเมืองจะต้องทำทะเบียนสมาชิกพรรคให้ทันสมัย การทำเรื่องนี้ได้จะต้องให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมืองได้ แต่เมื่อ คสชไม่ยอมยกเลิกคำสั่ง คสชเพื่อไปสู่การปลดล็อก ก็เลยมีเงื่อนไขเวลา พรรคการเมืองทำไม่ทัน สนชเลยจะไปขยายเวลา จะไปด่าว่า สนชฝ่ายเดียวก็กระไรอยู่ และทำให้ที่เคยมีการคาดการณ์กันว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พย61 ก็อาจเลื่อนไปเป็นกุมภาพันธ์ 2562หากพิจารณาโรดแมปทั้งหมด พิจารณาแบบเต็มที่เผื่อเหลือเผื่อขาดในช่วงต่างๆ เต็มที่ก็จะอยู่ในช่วงต้นปีหน้า จะอยู่ในช่วงประมาณนั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดมากประเด็นคือหากมีการเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 แน่นอน ถามว่าจะจบไหม หากถึงตอนนั้นไม่มีการเลือกตั้ง มันเรื่องใหญ่ เพราะดูตามโรดแมปของรัฐธรรมนูญแล้วก็จะอยู่ช่วงนั้นไม่น่าเลื่อน เว้นแต่จะมาแก้ไข รธนที่ก็จะเป็นเรื่องใหญ่อีกการไม่ขยายเวลาเลือกตั้งออกไป ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะไม่ขยายได้ยังไง ในเมื่อการทำทะเบียนสมาชิกมันใกล้จะหมดเวลาแล้ว ยกเว้นว่าอาจจะใช้วิธีอนุโลม คือทำทะเบียนสมาชิกพรรคไปด้วย แล้วก็ให้พรรคทำกิจกรรมอย่างอื่นไปด้วย โดยให้ทำกันให้เร็ว ซึ่งการทำให้เร็วก็จะเป็นประโยชน์กับพรรคการเมืองที่อยากให้เลือกตั้งเร็ว ในเมื่อนักการเมืองบอกว่าไม่ต้องมาขยายเวลาก็ได้ พรรคการเมืองทำได้ - หากไม่มีการเลือกตั้งในปีนี้ ความเชื่อมั่นเชื่อถือต่อพลเอกประยุทธ์จะมีปัญหาหรือไม่ โดยเฉพาะจากการเฝ้ามองของนานาประเทศ?ผมคิดว่ามันน่าจะมีปัญหาพอสมควร เพียงแต่ต้องดูว่าต่างประเทศเขาให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในประเทศไทยมากแค่ไหน ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของไทยกับต่างประเทศด้วยว่ามีความเกี่ยวข้องกันแค่ไหนประเด็นคือแม้การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปเป็นปี 2562 แต่หากนายกรัฐมนตรีประกาศเรื่องการเลือกตั้งให้ชัดเจนก็ไม่น่าจะมีปัญหา จะเลื่อนก็เลื่อนไป แต่ต้องประกาศให้ชัดเจน แน่วแน่แน่นอนว่าจะมีการเลือกตั้งช่วงไหน แล้ว คสชก็ทำการเริ่มปลดล็อก แต่หากไม่พูดอะไรเลย เช่นบอกจะเลือกตั้งปีหน้า แต่ไม่ทำการปลดล็อกอะไรเลย ไม่มีแผนงานอะไรออกมาให้เห็น ก็อาจทำให้ต่างชาติคิดว่าปีนี้ไม่มีเลือกตั้งแล้ว และปีหน้าก็อาจจะไม่ได้เลือก แบบนี้จะยิ่งไปกันใหญ่ถามอีกว่าที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ประกาศเรื่องโรดแมปการเลือกตั้งหลายครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดหลังเดินทางไปพบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวและให้ข้อมูลประกอบว่า ตอนที่พลเอกประยุทธ์ไปเจอกับโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อปีที่แล้วบอกว่าปี 2561 จะประกาศกำหนดการเลือกตั้ง คนก็ไปตีความว่านายกฯ บอกจะให้มีการเลือกตั้งในปี 2561 แล้วพอเดินทางกลับมาสื่อไปถามเรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์ก็บอกว่าผมไม่ได้พูดว่าจะมีการเลือกตั้งปี 61 เพียงแต่บอกว่าจะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งปี 61ต่อมาหลังจากนั้นไม่กี่วัน ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2 สัปดาห์ พลเอกประยุทธ์ก็ย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้บอกว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2561 เพียงแต่จะบอกว่าปี 2561 จะบอกได้ว่ามีการเลือกตั้งเมื่อใด หลังจากนั้นอีก 2 วันก็บอกว่า พย61 จะให้มีการเลือกตั้งขยับโรดแมป เหตุผลไม่มีใครเอ่ยถึง? ศดรไชยันต์ กล่าวต่อไปว่า ท่าทีของพลเอกประยุทธ์ที่ยืนยันจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 ขณะเดียวกัน หลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ อย่าลืมว่าเราต้องมีพระราชพิธีสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนรัชกาล การขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกประเด็นคือพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง ก็จะเกี่ยวพันคล้ายๆ กับพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ สมมุติว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีก่อนเลือกตั้ง โดยที่ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด ประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย เขาก็อาจต้องพิจารณาว่าจะส่งใครมาเป็นตัวแทนในการเข้าร่วม ซึ่งพิธีดังกล่าวจะต้องสมพระเกียรติ ขณะเดียวกันถ้ามีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหลังการเลือกตั้ง ก็จะมีความชัดเจนว่าหลังเลือกตั้งแล้ว เราก็จะเป็นประชาธิปไตยแล้ว บรรดาประเทศต่างๆ ก็จะรู้สึกว่าไม่มีข้อสงวนอะไร ประเด็นคือว่า ถ้าจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหลังการเลือกตั้ง เรายังนึกไม่ออกเลยว่า หลังเลือกตั้งแล้วจะจัดตั้งรัฐบาลกันอย่างไร เพราะมันจะอีนุงตุงนังมาก ทั้งเรื่องตัวเลขจำนวน สส เรื่องนายกฯ คนนอกหรือนายกฯ จากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง อีกทั้ง รธนฉบับปัจจุบันไม่ได้บัญญัติเรื่องระยะเวลาว่าหลังมีการเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกแล้ว จะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน รธนไม่ได้บัญญัติไว้ เป็นฉบับแรกที่ไม่ได้บอก แต่ รธนก่อนหน้านี้เคยบัญญัติเรื่องเวลาเอาไว้ เช่นไม่เกิน 30 วัน แต่ รธนปัจจุบันไม่ได้บัญญัติไว้ แล้วโอกาสที่อาจจะไม่ได้นายกฯ ทั้งคนในและคนนอกก็มี เพราะขึ้นอยู่กับตัวเลข สสที่แต่ละพรรคได้รับในการเลือกตั้งอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวอีกว่า สมมุติว่ามีพรรคการเมืองไหนได้ สสเข้ามามาก แล้วรวบรวม สสได้เกิน 250 คน จนไปยื่นต่อวุฒิสภาว่าต้องการปลดล็อกเพื่อขอให้เลือกนายกฯ นอกบัญชีรายชื่อ แต่การจะปลดล็อกเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาเอาด้วยกับการปลดล็อกเพื่อนำไปสู่การมีนายกฯ คนนอก จะต้องได้เสียงจากสมาชิกรัฐสภาจำนวน 2 ใน 3 หรือ 500 คน ที่ก็คือ สวก็จะต้องมีส่วนร่วมด้วยแต่ประเด็นคือหากเพื่อไทยได้ สสมาประมาณสัก 200 เสียง โดยมีพรรคสำรองหรือพรรคอะไหล่ของเพื่อไทย ได้ สสติดเข้ามาด้วยจำนวนหนึ่ง จนได้เสียงเกิน 250 เสียง ในการตั้งรัฐบาล โดยที่พวก สวที่อาจไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ไม่สนับสนุนคนที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อตอนเลือกตั้ง ได้เข้ามาเป็นนายกฯ โดยที่พรรคเพื่อไทยก็ไม่สามารถหาเสียง สสจากพรรคอื่นๆ มารวมกันจัดตั้งรัฐบาลแล้วได้เสียง สสเกิน 376 เสียง เพื่อโหวตเห็นชอบนายกฯ จากเพื่อไทย จนอาจทำให้เกิดปัญหา เลือกนายกฯ คนนอกก็ไม่ได้ จะเลือกคนไหนก็ไม่ได้อีก มันก็จะยุ่งเป็นทางตัน และ รธนก็ไม่ได้บัญญัติการแก้ปัญหาไว้ อันแตกต่างจากประเทศอื่นที่ รธนบางประเทศบัญญัติไว้ว่า หลังเลือกตั้งหากตั้งรัฐบาลไม่ได้ภายในกี่วัน ให้ยุบสภาฯ เพื่อแก้ทางตันในทัศนะของผมมองว่าเมื่อ รธนไม่ได้บัญญัติไว้ หากเจอทางตันแบบที่บอกไว้ข้างต้นแล้วจะทำกันอย่างไร ก็ต้องว่ากันไปตามประเพณีปกครอง คือ มาตรา 5 ที่บัญญัติไว้เหมือนกับมาตรา 7 ใน รธนฉบับปี 2540 กับ 2550 ที่บัญญัติไว้ว่าเรื่องไหนที่ไม่ได้บัญญัติไว้ใน รธนก็ให้เป็นไปตามประเพณีการปกครอง ที่ก็ต้องดูที่อังกฤษ กรณีที่เปิดประชุมรัฐสภาแล้วคุยกันไม่รู้เรื่อง เลือกนายกฯ ไม่ได้ ก็ต้องยุบสภาฯเรื่องการยุบสภาฯ ถามว่า จะให้อำนาจใครยุบสภาฯ จะให้พลเอกประยุทธ์ยุบ หรือประธานสภาฯ ยุบสภาฯ ก็ยังไม่รู้อีก แล้วอีกอันที่เป็นประเพณีการปกครองก็คือกรณีที่ไม่ได้นายกรัฐมนตรี เพราะคะแนนเสียงโหวตไม่ถึงตามที่ รธนบัญญัติไว้ ก็ให้คนที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในสภาฯ แต่ไม่ถึง 376 เสียง ก็ให้เสนอชื่อเขาเป็นนายกรัฐมนตรี คือเป็นนายกฯ ของรัฐบาลเสียงข้างน้อย สิ่งที่ผมพูดก็คือ หากจะให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหลังเลือกตั้ง ก็จะเป็นประเด็นอ่อนไหวมากว่าหากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะยุ่งเหยิง แล้วจะทอดเวลาพระราชพิธีบรมราชาภิเษกออกไปอีกนานแค่ไหน ประเด็นคือ รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐประหาร ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล กับสถาบันพระมหากษัตริย์คือว่า รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลการเมือง ดูแลอะไรให้มันเรียบร้อย เวลาจะมีพระราชพิธีอะไร ก็จะได้ทำประสานกันได้อย่างสะดวกตอนนี้ที่เราเข้าใจว่า คสชยื้อเวลา เพราะว่าจะตั้งพรรคทหาร อันนั้นก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งผมเข้าใจว่า รัฐบาลก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ประเด็นนี้เราจะทำอย่างไร เพราะหากนำมากล่าวอ้าง ว่าที่ยังไม่รู้เวลาเลือกตั้งแน่นอน เพราะเรายังไม่รู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อันนี้เป็นการนำสถาบันมาโหน แบบนี้ก็ไม่ถูก แต่ความจริงก็มีอยู่บ้างว่า รัฐบาลก็คงกังวลเรื่องนี้ ว่าตกลงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะอย่างไร เพราะก็ขึ้นอยู่กับสำนักราชเลขาธิการ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก- ก็คือมองว่า หากจะมีการเลื่อนโรดแมปก็ต้องมีเหตุผล?แต่อธิบายลำบากเรื่องนี้ศดรไชยันต์ กล่าวหลังถามว่า แต่หากเลื่อนโรดแมปอีกจะมีผลอะไรหรือไม่ เพราะอย่างก่อนหน้านี้อียูก็ออกแถลงการณ์พร้อมกลับมาสร้างสัมพันธ์กับรัฐบาล คสช แต่ขอให้ดำเนินการตามโรดแมปการเลือกตั้ง หากสุดท้ายเลื่อนออกไปอีกจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ โดยให้ความเห็นว่า ประเด็นก็คือว่าทุกวันนี้การเมืองระหว่างประเทศมันเปลี่ยนไปเยอะ มันไม่เหมือนเดิม การที่จะมาแทรกแซงกันด้วยหลักการ อุดมการณ์ทางการเมือง มันลดทอนเบาลงไปเยอะอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เป็นคนเปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองระหว่างประเทศ จีนก็มีส่วนเปลี่ยน เพราะจีนไม่ได้แคร์ว่าประเทศไหนจะต้องเป็นประชาธิปไตยหากยุโรปกับสหรัฐมายึดติดประเด็นนี้ ก็จะมีปัญหาว่าพื้นที่เศรษฐกิจที่จะมาลงทุนแข่งขันก็อาจจะพลาด เสียทีกับประเทศที่ไม่ได้แคร์เรื่องนี้ ตัวละครมันเปลี่ยน ภูมิทัศน์มันเปลี่ยน เพราะอย่างปัจจุบัน เหตุใดหลายประเทศยังทำการค้ากับจีน ทั้งที่จีนก็ไม่ได้เป็นประเทศประชาธิปไตยในทัศนะของตะวันตกประเด็นนี้คิดว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เรื่องการต่อรองแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจมากกว่าเมื่อตั้งคำถามเพื่อขอให้วิเคราะห์ว่า ทำไม คสชและแม่น้ำ 5 สายจึงพยายามยื้อ ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะไม่พร้อมให้เลือกตั้งหรือไม่พร้อมลงจากอำนาจ ศดรไชยันต์ มองว่า เรื่องการลงจากอำนาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องว่าจะทำอย่างไรที่จะประคับประคองให้มันเกิดความเรียบร้อย ให้เกิดสมดุล การเปิดพื้นที่ให้เสรีภาพทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง สองอย่างบางทีมันก้ำกึ่ง เพราะพระราชพิธีบรมราชาภิเษกยังไม่เกิดขึ้น แต่หากมีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ตรงนี้วางใจได้แน่นอนแล้ว ก็น่าจะมุ่งไปสู่เส้นทางประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่นายกฯ เคยบอก ได้สะดวกขึ้นคือมันมีอะไรต้องคิดเยอะ เพราะหากต้องการความสงบ แต่ไม่แน่ใจว่า พรรคการเมืองจะสามารถเล่นกันอยู่ในกติกาได้ไม่ใช่ถึงเวลา พรรคหนึ่งก็เป็นรัฐบาล แต่อีกพรรคหนึ่งก็ไปลงท้องถนน สลับกันไปแบบนี้ คือ คสชไม่ต้องการให้เกิดแบบนี้ แต่ยังไงก็ตาม ผมคิดว่าถ้าไม่มีเรื่องเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คสชก็อาจปล่อยให้การเมืองว่ากันไปตามกระแสการเมือง แล้วในที่สุดก็เกิดความวุ่นวายมากๆ ก็กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองถามความเห็นว่า หาก คสชยื้อไปเรื่อยๆ ระยะยาว กระแสการยอมรับจะมีปัญหาไหม โพลล่าสุด คะแนนนิยมตัวนายกฯ ก็ลดลง แล้วก็ยังมีปัญหากรณีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นักรัฐศาสตร์-ศดรไชยันต์ มองสิ่งที่เกิดขึ้นว่า กรณีปัญหาพลเอกประวิตร ยังไง คสชสมัยนี้ก็ยังมีลักษณะคล้ายกับคณะ รสช ปี 2534-2535 คือ คสชเขามาด้วยกัน ร่วมเป็นร่วมตาย ซึ่งช่วงปี 2534 ยุค รสชตอนนั้นคำขวัญที่โดดเด่นของ จปรห้า ก็คือ ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน มีความสามัคคีในหมู่ รสช ซึ่ง คสชก็อยู่ในสภาพแบบนั้น คือมาด้วยกัน ร่วมเป็นร่วมตาย เสี่ยงทำรัฐประหาร แต่ภาพลักษณ์ของพลเอกประวิตรก็จะมีลักษณะเป็นคนกว้างขวาง มีเครือข่าย เป็นคนโซเชียลของสังคม ที่แตกต่างจากภาพของลุงตู่ แต่ คสชจำเป็นต้องมีทั้ง 2 คน โดยคนหนึ่งก็เล่นบทบาทหนึ่งไป มีเครือข่าย มีเพื่อนฝูง อีกคนก็อยู่ในลักษณะที่มีภาพที่พอเพียง ไม่ค่อยวุ่นวายกับใคร แต่เมื่อเกิดปัญหาในเวลานี้ พูดง่ายๆ พลเอกประยุทธ์ก็ไม่สามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ เราจะวัดได้อย่างไรว่า ใครจะชอบไม่ชอบ ที่ถามว่ากระแสนิยมพลเอกประยุทธ์ลดลง มันลดลงเพราะกรณีของพลเอกประวิตร หรือเพราะ คสชหมดเลย แต่ประเด็นคือหากพลเอกประยุทธ์สามารถกลับมาเป็นนายกฯ ได้หลังเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีมาจากนายกฯ จากบัญชีรายชื่อ เพราะพลเอกประยุทธ์ยอมให้พรรคการเมืองเสนอชื่อตอนเลือกตั้งและได้รับคะแนนเสียงถล่มทลาย พลเอกประยุทธ์ก็อาจไม่ต้องพึ่งพิงทีมงานเก่ามากนัก เพราะประชาชนค้ำไว้อยู่ แต่ตอนรัฐประหาร พี่น้องผองเพื่อนเขาช่วยตอนนี้ก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ลักลั่นอยู่ว่าจะเอาอย่างไร จะไป ทิ้งพี่ตอนนี้ ก็ไม่ใช่นิสัย น้ำใจทหาร ที่ร่วมเป็นร่วมตาย แต่หากพลเอกประวิตรมีสปิริต ลาออกขึ้นมาเอง เรื่องก็จบ คะแนนของ คสชและพลเอกประยุทธ์ก็อาจกลับมา ที่ก็ต้องดูว่าพลเอกประวิตรจะไปทำงานอยู่เบื้องหลังให้กับพลเอกประยุทธ์หรือไม่ เช่น การติดต่อเครือข่าย เพราะพลเอกประวิตรที่จบจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล มีเซนต์คาเบรียลคอนเน็กชั่น แต่บิ๊กตู่จบวัดนวลนรดิศ ก็เลยมีเครือข่ายคนละแบบ- หากสุดท้ายปีนี้ไม่มีการเลือกตั้ง มองว่าประชาชนส่วนใหญ่รับได้หรือไม่?ปีนี้ไม่มีการเลือกตั้ง ประชาชนเขารับได้อยู่แล้ว แต่ต้องบอกให้ชัดเจนว่า จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกกี่วัน โดยต้องประกาศให้มั่นเหมาะ จะไม่มีการบิดเบือน บิดพลิ้ว ต้องฟันธง เพราะที่ผ่านมาใช้มาตรา 44 ฟันธงหลายเรื่องได้ ก็ฟันธงเรื่องการเลือกตั้งได้เช่นกัน แต่อย่างที่บอกว่าจะเกี่ยวข้องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรือไม่ อันนี้ฟันธงไม่ได้ ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ตรงนี้ศดรไชยันต์ นักรัฐศาสตร์ จากจุฬาฯ กล่าวหลังเราถามว่า หาก คสชยื้อเรื่องโรดแมป มองว่าอะไรจะเป็นจุดตาย จุดเสื่อมของ คสช โดยตอบว่า หากมีการเลือกตั้ง ยังไง คสชก็ต้องลงอยู่แล้ว เพียงแต่พลเอกประยุทธ์จะกลับมาหรือไม่ แต่หากไม่มีการเลือกตั้ง แล้วยื้อ มันก็ลงไม่สวย ลงไม่สวยก็คือ เขาไล่ คือถ้ายังกำหนดวันเลือกตั้งไม่ชัดเจน แล้วไหลเลื่อนไปเรื่อยๆ โดยไม่มีเหตุผลที่ดี ผมว่า ประชาชน กองหนุน ที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บอก คือกองหนุน เขาไม่ค่อยมีเหตุผลอยู่แล้ว แต่ถ้ามีคำอธิบายที่ทำให้เขานำไปอธิบายให้กับเพื่อนของเขาได้ ว่าที่ คสชต้องอยู่เพราะมีเหตุผลอย่างไรจุดเสี่ยง คสชที่รออยู่ทุกวันนี้ประชาชนที่เป็นกองหนุน ผมเดาว่าเขาคิดแบบนี้ คือลุงตู่ทำอะไรก็ทำเถอะ ใช้วิธีการอะไรก็ทำเถอะ แต่ขอให้บรรลุเป้าหมาย เพราะประชาชนสนใจผลสำเร็จมากกว่าวิธีการ กองเชียร์จะเชียร์แบบประเภทที่เคยใช้วิธีการยื้อกฎหมายมาตั้งหลายฉบับเพื่อให้เสียเวลา พวกประชาชนที่เป็นกองหนุนรับได้ เพราะเขากำลังรอดูผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่จะเกิดกับสังคมและประเทศ ถ้ามันเกิดผลสำเร็จ วิธีการแปลกๆ ที่ยื้อกันมาประชาชนเขาก็ไม่ว่าอะไร- ประชาชนรออะไร?นี่คือความเสี่ยงของ คสช เพราะประชาชนคิดว่าพลเอกประยุทธ์มีความตั้งใจดี และมีเป้าหมายอะไรบางอย่างที่กำลังจะบรรลุแล้วจะเกิดผลดีต่อประเทศชาติ ประชาชนเข้าใจแบบนั้น จึงยอมให้ใช้วิธีการอะไรก็ได้ที่อาจทำให้ช้า แล้วมีเหตุผลการเลื่อนออกไปแบบแปลกๆ แต่หากสามารถที่จะนำไปสู่มรรคผลที่สำเร็จ ประชาชนก็จะลืมวิธีการแปลกๆ ว่ามันเคยแปลกมาก่อน แต่ตอนนี้มันสำเร็จแล้วแต่อันนี้ก็เสี่ยงสูงมาก เพราะหากไม่สำเร็จเขาก็จะไล่กลับไปหมด ว่าที่ทำมาตั้งแต่เม็ดแรกเพราะคิดไม่ดี ก็จะล้างบางไปให้หมด ยิ่งความเสี่ยงตอนนี้สูง เห็นประชาชนเงียบๆ เขากำลังคิดว่าท่านจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญบางอย่างเมื่อถามย้ำว่าที่บอกว่าประชาชนรอ ใช่เรื่องการปฏิรูปหรือไม่ ศดรไชยันต์ ระบุว่าอะไรแบบนั้น ซึ่งถ้ามันไม่เกิดท่านก็จะซวย เช่นที่คนชอบตีความไปว่าถึงเดือน พยปีนี้ การปฏิรูปเศรษฐกิจที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทำไว้จะเห็นมรรคผล หลังเอาเงินไปลงในที่ต่างๆ มันจะเกิด ผมบอกว่ามันไม่เกิดหรอก อะไรจะเกิดเร็วขนาดนั้น มันค่อยๆ เกิด อย่างสมัยพลเอกเปรมต้องใช้เวลาถึง 7-8 ปีฐานถึงจะมั่นคง พอเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น การเมืองเริ่มเติบโตขึ้น ปัญหาคอมมิวนิสต์หมดไป พอถึงเวลาทุกคนมีจิตสำนึก ทุกคนแข็งแรง ก็มาไล่ป๋า มันเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ยุคพลเอกประยุทธ์ สำเร็จก็ไม่สำเร็จ แล้วแถมยังจะโดนไล่โดยที่งานยังไม่สำเร็จด้วยหรือไม่ สมัยป๋าเปรมยังเปรียบเสมือนว่าเป็นเด็กที่เพิ่งหัดเดิน ยังล้มลุกคลุกคลาน เจอปัญหาเรื่องคอมมิวนิสต์ เรื่องเศรษฐกิจที่ต้องรัดเข็มขัด แต่ก็นำพาประเทศชาติจนมีเงินทุนสำรองประเทศ เศรษฐกิจเริ่มเติบโตเพราะการเมืองมันนิ่ง ไม่ได้ตีรันฟันแทงกันมาก แต่ตอนนี้ผลงานของ คสชและรัฐบาลยังไม่เห็นผลชัดเจน แล้วจะไปคาดหวังให้เห็นผลใน 2-3 ปี ผมก็เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ มันต้องใช้เวลานานแล้วอย่าลืมว่าป๋าเปรมไม่ได้มาด้วยการทำรัฐประหาร แต่มาด้วยวิธีการปกติทางการเมือง พลเอกเปรมไม่ได้ทำรัฐประหารเอง ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่เหมือนกับพลเอกประยุทธ์ ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ลำบากของพลเอกประยุทธ์ศดรไชยันต์ ยังกล่าวตอบหลังถามถึงกระแสข่าวความเคลื่อนไหวการตั้งพรรคทหารเพื่อรองรับ คสชว่าตอนนี้ก็เกิดแล้ว ที่เห็นก็อย่างพรรคของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หรือที่มีข่าวพรรคของอดีตทหารที่จะไปตั้งพรรค (พลตทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ) แต่ คสชจะไปล่มหัวจมท้ายกับพรรคพวกนี้ หรือพรรคพวกนี้ตั้งมาเพื่อหวังมีตำแหน่งทางการเมืองผมก็ไม่รู้ แต่คงไม่เหมือนกับลักษณะการทำพรรคแบบพรรคสามัคคีธรรมช่วงเกิดพฤษภาทมิฬปี 2535 เพราะตอนนั้นชัดเจนว่าคือพรรคทหาร แต่ที่เป็นข่าวออกมายังไม่ชัด เพราะการจะให้ คสชไปประกาศตัวชัดเจนว่าจะไปเข้ากับใครคิดว่า คสชคงไม่ทำแต่ผมก็เคยเสนอว่า หากตัวพลเอกประยุทธ์กล้าที่จะให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนำชื่อไปประกาศเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตอนหาเสียงเลือกตั้ง แล้วถ้าเกิดคะแนนเสียงเลือกตั้งอยากได้ลุงตู่มาเต็มที่ เช่นสมมุติว่าพรรคคุณไพบูลย์ได้ชื่อพลเอกประยุทธ์มา โดยประชาชนไม่ชอบพวกนักการเมืองอะไรต่างๆ อีกแล้ว จนไปเลือกพรรคคุณไพบูลย์ ทำให้จากพรรคเกิดใหม่เล็กๆ จนกลายเป็นพรรคที่โตมาก ก็จะทำให้พลเอกประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ คนในจากบัญชีรายชื่อ จะทำให้พลเอกประยุทธ์มีฟรีแฮนด์ที่จะบอกได้ว่าจะเอาใครมาทำงาน ไม่ต้องมาเกรงใจพี่น้องผองเพื่อนแล้ว ไม่ต้องเกรงใจพลเอกประวิตร, พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่ต้องเกรงใจบิ๊กทหารทั้งหลายแนะ พท-ปชป จับมือสกัดนายกฯ คนนอกสำหรับโอกาสและความเป็นไปได้ของนายกฯ คนนอกในการเมืองไทยต่อจากนี้ ศดรไชยันต์ ให้ทัศนะว่า จริงๆ แล้วผมคิดว่าสิ่งที่น่าพึงปรารถนาที่สุดเลยก็คือ พรรคใหญ่สองพรรคคือเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ หรือพรรคการเมืองทุกพรรคที่ได้เสียง สสในสภา มีการตั้งปณิธานว่าเราจะรักษาผลประโยชน์ของสภา โดยการที่ว่าจะทำให้คนในสภา คนของพรรคการเมืองได้เป็นนายกฯ เพราะ สสในสภาที่มี 500 คน หากคุยกันได้ ได้เสียงรวมกันสัก 400 เสียงโดยไม่ต้องพึ่ง สวเลย ก็ได้นายกรัฐมนตรีที่เป็นนายกฯ ซึ่งเกิดจากข้อตกลงกันของพรรคการเมืองทุกพรรคในสภา สิ่งนี้คือสิ่งที่ดีที่สุด เพราะแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองคุยกันรู้เรื่องปรองดอง สมมุติอุดมคติที่สุดคือ พรรคใหญ่จับมือกันแล้วมาเป็นรัฐบาล ก็ในเมื่อสิ่งที่ คสชต้องการที่สุดคือการปรองดอง ถ้าพรรคสองพรรคที่เป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งรุนแรงมาสิบปี พวก สวก็ควรสนับสนุนสิ่งนี้ ทหารเองก็ควรเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุน บอกเมื่อเอ็งดีกันแล้วก็ว่ากันไป อย่าให้ซ้ำรอยอดีตอีก อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าหากนักการเมืองคิดถึงผลประโยชน์องค์รวมของสภาแล้วคุยกันให้รู้เรื่อง เช่นถ้าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเลือกตั้งมาก และยอมอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสามตระกูลคือ ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์-ดามาพงศ์ เพื่อไทยปฏิรูปตัวเอง หลุดพ้นจากการเป็นนอมินี ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ตกลงแล้วคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยมีบาดแผลตอนกระชับพื้นที่ในช่วงการชุมนุมปี 53 พี่น้องเสื้อแดงไม่แฮปปี้ ก็เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก่อนเลือกตั้ง แล้วถึงเวลาสองพรรคนี้จับมือกัน แล้วดูว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ เช่นจะให้คุณชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ หรือจะให้ฝั่งของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นคนที่ยอมรับได้ในวงกว้างสูตรนี้คือสูตรที่ผมอยากให้เกิด เป็นรัฐบาลปกติ ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ คือไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวก สว เพราะถ้า สสด้วยกันเองคุยกันได้ นายกฯ ก็มาจากคนในแน่นอน แต่ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง เพื่อไทย ก็ไม่ยอม ประชาธิปัตย์ก็ไม่ยอม ก็แน่นอนว่าถึงเวลาแล้วหานายกฯ จากคนในไม่ได้ ก็ต้องไปหานายกฯ คนนอกหรืออีกสูตรหนึ่งที่น่ารัก ถ้าเป็นนายกฯ คนนอก ซึ่งจะเป็นพลเอกประยุทธ์หรือใครก็ได้ ที่เป็นทหารหรือคนใน คสช ถึงเวลาเลือกนายกฯ โดยที่พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่ยังไงคนของพรรคก็เป็นนายกฯ ไม่ได้ โดยที่หลังเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์รวมกันแล้วเกิดมี สสไม่ถึง 250 เสียง พรรคขนาดกลาง-ขนาดเล็กก็มาจับมือกัน แล้วแห่ไปเชียร์คนนอก โดยไปจับมือกับ สว แล้วให้คนของ คสชมาเป็นนายกฯ ในที่สุด โดยที่พวกพรรคขนาดกลางขนาดเล็กเหล่านั้นก็ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยปล่อยทิ้งให้เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน อันนี้ก็เป็นสูตรที่ดี เพราะยังไงสองพรรคนั้นก็จะต้องจับมือกัน แต่หากเสียงของพรรคขนาดกลางและเล็กที่จับมือกัน รวมกันแล้วเสียงก้ำกึ่งกับเสียงของเพื่อไทยบวกประชาธิปัตย์ มันก็อาจถึงทางตันเพราะจะไปปลดล็อกก็ไม่ได้ จะไปเลือกนายกฯ คนในก็ไม่ได้ เลือกนายกฯ คนนอกก็ไม่ได้ ก็อาจถึงทางตัน ผมว่ามันมีโอกาส แล้วถ้าหากเวลาผ่านไปยาวๆ โดยตั้งรัฐบาลไม่ได้ มันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อยังไม่มีรัฐบาล ก็ทำให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์รักษาการไปเรื่อยๆ และหากถึงตอนนั้นที่ สนชก็สิ้นสภาพไปแล้ว ไม่มีฝ่ายนิติบัญญัติ หากช่วงนั้นต้องออกกฎหมายเช่น พรบงบประมาณรายจ่ายประจำปีฯ ก็จะยุ่งมากเลยเรื่องนายกฯ คนนอกจึงมองว่าก็ยังไม่แน่ ที่คาดกันว่าลุงตู่จะกลับมาเป็นนายกฯ ดูแล้วมันก็อาจไม่จริง มันมีได้หลายสูตร เช่นสูตรคุณชวน หลีกภัย หากคุณชวนเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อไทยเขารับได้ ตัวเลือกไม่ได้มีแค่ลุงตู่ มันยังมีลับ ลวง พรางอีกเยอะ ที่เราบ่นๆ กันตอนนี้ว่าที่เตรียมอะไรกันตอนนี้จะทำพรรคทหาร ที่จริงอาจไม่ใช่มันมีหลายปัจจัยมาก- ข้อเสนอให้สองพรรคใหญ่จับมือกัน ในความเป็นจริงมวลชนคนสนับสนุนอาจรับไม่ได้ เช่นกลุ่มที่เคยหนุน กปปสก็อาจไม่เอาด้วย?ถ้าเพื่อไทยเขาชัดเจนว่าไม่ได้อยู่ใต้ร่มทักษิณ ไม่เอาชินวัตร-ดามาพงศ์-วงศ์สวัสดิ์มาอีกแล้ว ผมคิดว่าในแง่นี้ อย่าง กปปสน่าจะต้องยอมลดลงมาหรือไม่ แล้วถ้าถึงเวลาคุณชวนขึ้นมา คน กปปสไม่น้อยก็บอกว่าคุณชวนก็เป็นคนดี ถ้าคุณชวนเป็นนายกฯ แล้ว เพื่อไทยเขารับได้ มันก็น่าจะดีกว่าการที่จะให้ทหารมาหรือไม่โดยหากคุณชวนเป็นนายกฯ ฝ่ายทหารก็อยู่ในค่าย ทำหน้าที่ ไม่ออกมาวุ่นวาย ทำหน้าที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ทำหน้าที่ควบคู่ไปกับประชาชน ทหารคอยประคับประคองให้การเมืองเดินต่อไปภายใต้การทำงานของพลเรือนที่เป็นนักการเมืองอาชีพ ภาพแบบนี้ คือภาพที่สวยที่สุด ไม่ใช่หรือ- ประเมินผลการเลือกตั้งในอนาคตอย่างไร?หากมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนก็จะส่งผลต่อการเลือกตั้งระดับชาติในแบบหนึ่ง แต่หากเลือกตั้งท้องถิ่นหลังเลือกตั้ง สส มันก็จะไปอีกแบบหนึ่งดังนั้นหากให้ประเมินการเลือกตั้ง สสตอนนี้ก็ยาก เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้ง สสหรือไม่ เพราะนักการเมืองไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย บางทีเขาทนไม่ไหว เขาก็ไปลงเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อความชัวร์กว่า การวิเคราะห์การเลือกตั้ง ถ้าให้ตอบตอนนี้จึงตอบได้ยากมาก แต่พูดเป็นออปชันได้อย่างที่บอกเช่น ถ้าผลเลือกตั้งออกมาพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง โดยได้เสียงสสเช่น 200 เสียง แล้วเพื่อไทยกับพรรคอะไรก็แล้วแต่ จับมือกันแล้วได้เสียงเกิน 250 เสียง โดยฝ่ายนี้ยืนยันไม่เอานายกฯ คนนอก ก็ทำให้คนที่ต้องการให้มีนายกฯ คนนอก แล้วจะไปหาเสียงจากไหนมาให้ได้มากกว่าฝ่ายเพื่อไทย ก็ไปปลดล็อกให้มีนายกฯ คนนอกไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันเพื่อไทยอยากเป็นรัฐบาล แต่ตอนโหวตเลือกนายกฯ ต้องได้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของ สสกับ สวรวมกัน คือต้องได้ 376 เสียงขึ้นไป แล้วเพื่อไทยจะไปหาเสียง สสจากที่ไหนอีกร้อยกว่าคน จะไปหาจากในฝ่าย สสก็ไม่ได้อีก จะไปเอาจากพวก สวเขาก็คงไม่ให้เสียงสนับสนุน ก็เช่นเดียวกันกับสูตรนี้ ฝ่ายที่ต้องการนายกฯ คนนอกก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน หากฝ่ายเพื่อไทยกับพรรคพันธมิตรฯ มี สสรวมกันแล้วเกิน 250 เสียง แค่นี้มันก็ไปไหนไม่ได้แล้ว เรื่องคนนอกไม่ต้องพูดถึง จบประชาธิปไตยไทยนิยม เราจะต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ต้องเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ คำกล่าวของพลอประยุทธ์เมื่อ 13 มคที่ผ่านมา ซึ่งถูกนำไปตีความถอดรหัสทางการเมืองกันมากมาย ยิ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มค พลอประยุทธ์ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 21/2561 เรื่องแต่งตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยให้ทุกส่วนราชการสนับสนุนกลไกขับเคลื่อนในพื้นที่ทุกระดับตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ก็ยิ่งทำให้ ไทยนิยม ในยุค คสชถูกจับตามองมากขึ้นทัศนะนักรัฐศาสตร์ ศดรไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อกรณีประชาธิปไตยไทยนิยมที่นายกฯ สื่อออกมา โดยบอกว่าไม่เข้าใจว่าพลเอกประยุทธ์หมายความว่าอย่างไร แต่หากพูดถึงประชาธิปไตยแบบไทยๆ เวลานักวิชาการเราพูดหรือสอนเรื่องประชาธิปไตย ก็จะบอกว่าการปกครองของประเทศต่างๆ เป็นอย่างไร เช่น สหรัฐอเมริกาที่จะมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและประมุขของฝ่ายบริหารด้วย ส่วนประชาธิปไตยแบบอังกฤษ คือประชาธิปไตยแบบระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาธิปไตยแบบฝรั่งเศส คือประชาธิปไตยแบบที่มีประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี เรียกว่าระบอบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภาลักษณะการปกครองสามแบบข้างต้นก็เป็นแม่แบบให้ประเทศอื่นๆ นำไปใช้ แต่บางประเทศที่นำไปใช้เช่น สิงคโปร์ที่นำแบบของฝรั่งเศสไปใช้ เขาก็ใช้แบบสิงคโปร์ ก็ไม่ได้เหมือนกับฝรั่งเศส หรือ เดนมาร์กที่นำรูปแบบของอังกฤษไปใช้ ก็ไม่ได้ใช้เหมือนกับของอังกฤษทุกอย่างประเทศไทยก็เช่นกันที่นำแบบของอังกฤษมาใช้ แต่ของไทยก็ไม่ได้เหมือนกับของอังกฤษเป๊ะ เรามีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เรามี และทุกประเทศต่างก็มีประชาธิปไตยในแบบของตัวเองหากเราเปรียบเทียบการปกครองแบบผสม เป็นเมล็ดพันธุ์พืช เมื่อนำไปปลูกที่สหรัฐฯ ก็เกิดประชาธิปไตยแบบอเมริกาฯ เช่นเดียวกับประชาธิปไตยแบบอังกฤษ เมื่อมาโตที่ไทยก็ต้องมีกลิ่นอาย ความเป็นไทยนักรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ย้ำว่าเพราะฉะนั้นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ถึงแม้จะมีความเป็นเอกลักษณ์ของไทย แต่ก็ต้องมีความเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่เหมือนกับสากลด้วย ผมก็เลยไม่รู้ว่าประชาธิปไตยไทยนิยมที่พลเอกประยุทธ์พูดคืออะไร เพราะนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้พูดชัดเจน- ประชาธิปไตยแบบไทยที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นคืออะไร?เผด็จการทหารอยู่ได้ไม่นาน อำนาจนิยมพลเรือนก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนศดรไชยันต์ ยังได้พูดถึงการทำงานของ คสชที่ใกล้จะครบสี่ปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าว่า ในแง่ของความมั่นคง การทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย คสชเขาก็ทำตรงนี้ได้ แต่ตอนนี้ไปเน้นเรื่องโจทย์เศรษฐกิจค่อนข้างมากที่มองว่าไม่จำเป็น อย่าไปทำอะไรที่เกินความถนัดของตัวเอง- คสชควรเร่งทำเรื่องใดในช่วงเวลาที่เหลืออยู่?ไม่ต้อง คือการทำรัฐประหารถึงตอนนี้มันไม่เสียของแล้ว เพราะนักการเมืองก็เริ่มพูดกันรู้เรื่องในระดับหนึ่ง และที่สำคัญประชาชนก็ไม่อยากหวนกลับไปสู่ความขัดแย้งบนท้องถนน เพราะฉะนั้นอย่าอยู่ยาวเลย รีบๆ ไปเถอะ แต่หากจะกลับมาด้วยวิธีไหนก็ค่อยว่ากันอีกทีถามย้ำว่าเหตุใดถึงคิดว่ารัฐประหารไม่เสียของ ศดรไชยันต์ ขยายความเห็นว่า ก็พรรคการเมืองไม่ได้โกรธกันขนาดนั้นแล้ว เขาพูดภาษาเดียวกันแล้วว่าไม่เอาไม่ชอบกฎหมายฉบับนี้ร่วมกัน และอะไรอีกต่างๆ และขณะนี้ถ้าพรรคการเมืองไหนจะมาเคลื่อนไหว แล้วมาก่อให้เกิดการปะทุมีความขัดแย้ง พรรคการเมืองกลุ่มการเมืองนั้นก็จะหมาก่อนเพื่อนศดรไชยันต์ ยังตอบข้อซักถามที่ว่า ช่วงหลังเริ่มมีนักวิชาการหรือคนที่เคยมีบทบาทในช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 เตือนว่า การเมืองไทยหลังจากนี้อาจซ้ำรอยเหตุการณ์ปี 35 โดยยืนยันว่า จะไม่ซ้ำขนาดนั้น มันไม่เหมือนกัน เพราะสมัย รสช พลเอกสุจินดา คราประยูร ตอนนั้นมีการสร้างกระแสว่า จปร5 มีการใส่ร้ายป้ายสีอะไรต่างๆ แล้วพฤติกรรมของนายทหาร จปร5 ตอนนั้น มีหลายคนเหมือนกับพลเอกประวิตร แต่พลเอกประวิตรก็ไม่ได้เป็นคนกร่าง แต่ยุค จปร5 ตอนนั้นก็มีบางคนที่อาจจะกร่างๆ ทำให้คนหมั่นไส้เยอะ อีกทั้งพลเอกสุจินดาเคยบอกว่าจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี จะรักษาสัตย์วาจา แต่พลเอกประยุทธ์ไม่เคยบอกว่าจะไม่เป็นนายกฯ ดังนั้นจะไปเล่นงานอะไรเขามากมายก็ไม่ได้ แต่ว่าหากอยู่ยาวแบบไม่มีเหตุมีผล คนก็ขึ้นมาไล่ แต่คงไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ก็ทำให้สิ่งที่เคยได้รับคำชื่นชมยอมรับมันก็เสียดาย แล้วประเทศชาติก็จะเสียหายว่าทำไมต้องเกิดความขัดแย้งวุ่นวาย ทำไมคนออกมา ทนไม่ไหวออกมาไล่ แทนที่จะรู้ว่าควรต้องไปเอง แล้วหากว่าจะกลับมา ก็ให้กลับมาเมื่อชาติต้องการจะดีกว่า ถามปิดท้ายว่า จุดอ่อนหรือปัญหาสำคัญของ คสชในช่วงที่มีอำนาจกว่า 3 ปีที่ผ่านมาคืออะไร ศดรไชยันต์ ระบุว่า ก็คือการที่ไม่ค่อยรู้วิธีการที่จะปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง รู้แต่เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่เรื่องอื่นทำไม่ค่อยได้【อ่านข้อความเต็ม】
fv7 | 2021-06-23 | อ่าน(179) | แสดงความคิดเห็น(310)
ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลังกล่าวว่า ต้องการให้ธนาคารออมสิน เร่งเตรียมความพร้อมเรื่องจัดหาผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (เอโอ) หรือหมอประชารัฐสุขใจเพื่อให้เริ่มทำงานได้ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป โดยกลุ่มหมอประชารัฐจะต้องลงพื้นที่ไปสำรวจสภาพความต้องการ สภาพปัญหาและให้คำแนะนำแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถวิเคราะห์การให้ความช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปีนี้รัฐบาลช่วยผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐทั้ง 114 ล้านคน ให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ไม่น้อยกว่า 25 % หรือ 285 ล้านคน【อ่านข้อความเต็ม】
pdn | 2021-06-22 | อ่าน(328) | แสดงความคิดเห็น(884)
ปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับ World​ Economic​ Forum​ Annual​ Meeting​ หรือการประชุดสุดยอดผู้นำด้านเศรษฐกิจของโลกที่เมืองดาวอส​ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์​ ระหว่างวันที่ 23-26 มกราคมที่ผ่านมา โดยทิศทางหลักของการประชุมปีนี้ คือ​ Creating a Shared Future in a Fractured World เพื่อหาแนวทางที่จะเน้นย้ำความร่วมมือกันในเวทีโลก ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ​ ชึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ​ และไทยเราได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์หลักในการปฏิรูปประเทศเช่นกัน นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตทจำกัด(มหาชน) ซึ่งได้ร่วมการประชุมที่ดาวอสในฐานะผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนของประเทศไทยได้สรุปงาน WEF 2018 ไว้บนเฟซบุ๊กอย่างน่าสนใจว่า Prof Klaus Schwab ผู้ก่อตั้ง WEF และ Alain Berset, President ของ Swiss Confederation 2018 ได้กล่าวนำถึงความท้าทายหลักของโลกที่เราควรช่วยกันหาทางออก สรุปดังนี้ครับ - การพัฒนาเศรษฐกิจจะประสบความสำเร็จและยั่งยืนได้ จะต้องมีการกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรมในสังคม - สังคมโลกมีความรับผิดชอบร่วมกัน ที่จะสร้างความเสมอภาคในด้านการศึกษา สาธารณสุข สิทธิมนุษยชน และสถานะทางสังคม - ระบบการเปิดเสรีสร้างความร่วมมือ และ การประสานงานระหว่างกันจะสร้างความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีกว่าระบบชาตินิยมและตั้งกำแพงกีดกัน - ผู้นำต้องมีนโยบาย ที่จะให้ความสำคัญกับความมั่นคง สันติภาพ และสิทธิมนุษยชน - ระบบการศึกษาต้องปฏิรูปในทิศทางที่เตรียมบุคคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรม 40 - การปกครองที่มีประสิทธิภาพ มาจากระบบและองค์กรที่ทำงานได้จริง และมีเสถียรภาพ นอกจากนั้น ยังสรุปสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีอินเดีย Narendra Modi เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของอินเดียในอนาคตว่า ทำให้นึกถึง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานให้คนไทยเป็นหลักการดำรงชีวิตนะครับ และก็มั่นใจขึ้นว่า แนวทางการพัฒนาประเทศของเรา ภายใต้แนวคิดประชารัฐ คือให้ภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม (PPPP - Public and Private Partnership for the People) น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง และสอดคล้องกับทิศทางโลกด้าน Inclusive Growth เหลือแต่ต้องช่วยกันปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จจริงในวงกว้างครับ 【อ่านข้อความเต็ม】
h7x | 2021-06-22 | อ่าน(204) | แสดงความคิดเห็น(947)
โชเซ่ มูรินโญ่ยก อเล็กซิส ซานเชซ ประเดิมพาผีถล่มแหลก 27 มกราคม พศ 2561 เวลา 18:11 น 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-06-25

บอล สด วัน นี้ บาร์ เซ โล น่าลุ้นบาท| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ทรูสปอร์ต 2รับเงินบาท| ฟุตบอล รายการ ไพร มินิสเตอร์ทดลองใช้ฟรี| บอลออนไลน์ พรุ่งนี้ลงทะเบียนฟรี| ผลบอลสด สํารองลงทะเบียนฟรี| bet สล็อต คือเงินฟรี| เกมยิงปลาโชคดี เล่นยังไงลุ้นบาท| เว็บพนันที่ดีที่สุด2021 เล่นฟรี| สล็อตที่เล่นง่ายๆการพนัน| มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีทดลองใช้ฟรี| กอล์ฟ กีฬา วิธีการเล่นเติมเงินไทยฟรี| สล็อต ปอย เปตการพนัน| ตารางคะแนนบอล อิสราเอลทดลองใช้ฟรี| แทงบอล 0-0.5ลุ้นบาท| แทงบอล ขาว คือรับเงินบาท| ตาราง คะแนน คัด บอล โลก โซน เอเชียลุ้นบาท| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ยู23ลงทะเบียนฟรี| จิตวิทยา การ ออก ราคา บอลลุ้นบาท| แชมป์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลการเดิมพัน| ดูบอลสด ฟูแล่ม vs เชลซีการเดิมพัน| วิเคราะห์บอล 1x2ทดลองใช้ฟรี| วิเคราะห์บอล 100 เปอร์เซ็นต์วันนี้ลุ้นบาท| 5 ฟุตบอลโลก2021 เล่นฟรี| วิเคราะห์บอล69รับเงินบาท| มูลค่า ทีม ฟุตบอล ไทย ลีกลุ้นบาท| ดูผลบอลสด7mประเทศไทย| ถ้วย พรีเมียร์ ลีก อังกฤษเติมเงินไทยฟรี| พรีเมียร์ลีกคืนนี้การพนัน| พรีเมียร์ลีก อิสราเอลลุ้นบาท| เว็บพนันบอล รีวิวเติมเงินไทยฟรี| ตาราง บอล พรีเมียร์ ลีก 2013ลงทะเบียนฟรี| แบล็คแจ๊กลยุทธ์ทดลองใช้ฟรี| ดูบอลสดทรูสปอร์ต 5การพนัน| แทง บอล แม่น ที่สุดลุ้นบาท| ทดลองเล่นเกมยิงปลา2021 เล่นฟรี| บอลสด ตูลูสการพนัน| ฟุตบอลต่อ ปลุ้นบาท| คะแนนฟุตบอลไทยลีกลุ้นบาท| ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก งเติมเงินไทยฟรี| มูลนิธิ บ้านนกขมิ้นรับเงินบาท| ดู บอล สด มาเลเซีย ไทย2021 เล่นฟรี| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สปอร์ต พลู สปอร์ตพูลเงินฟรี| สถิติ พรีเมียร์ ลีก ทั้งหมดการพนัน| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ญี่ปุ่น ไทยลงทะเบียนฟรี| ตารางคะแนนบอลไทยประเทศไทย| บอลสด ทุกลีกประเทศไทย| ฟุตบอลช่อง 5ประเทศไทย| ตาราง บอล ราคา ต่อ รองการเดิมพัน| วิเคราะห์บาสเกาหลีลุ้นบาท| โปรแกรม ไทย พรีเมียร์ ลีก วัน นี้ลุ้นบาท| พันธมิตร คา สิ โนลุ้นบาท| ส กิ ล ฟุตบอล เท่ ๆเติมเงินไทยฟรี| 100 ฟรี ส ปิ นการพนัน| วิเคราะห์บอลบุนเดสลีกาเยอรมัน2021โปรโมชั่น| ทักษะกระบองคาสิโนเติมเงินไทยฟรี| ตาราง คะแนน ฟุตบอล อังกฤษ คอนเฟอเรนซ์ลงทะเบียนฟรี| ฟุตบอล ญี่ปุ่น pantipรับเงินบาท| ผลบอลสด7m ภาษาไทยประเทศไทย| ดูผลบอลสด thscore ผลบอลการเดิมพัน| รีวิวเกมสสล็อตทดลองใช้ฟรี| ดูบอลออนไลน์ อินเตอร์ มิลานการเดิมพัน| คาสิโนโปรวันเกิดรับเงินบาท| คา สิ โน ถ่ายทอด สดทดลองใช้ฟรี| ลิงค์ ง ดู บอล สด bein sports1ทดลองใช้ฟรี| ดู บอล สด ภาษา ไทย 7mเติมเงินไทยฟรี| เช ล ซี ดู บอล ออนไลน์การพนัน| เทคนิค บา คา ร่าลงทะเบียนฟรี| ผล บอล สด ภาษา ไทย 888 คืน นี้ทดลองใช้ฟรี| แทงบอล สูง ต่ํา คือ2021โปรโมชั่น| ผล บอล สด วัน นี้ kapookทดลองใช้ฟรี| คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลดทดลองใช้ฟรี| เทคนิค บา คา ร่าลงทะเบียนฟรี| 小说排行榜| สล็อต Footballเงินฟรี| วิเคราะห์บอล ดิฌงการเดิมพัน| บอล สด ไทย มาเลเซียประเทศไทย| ถ่ายทอด สด บอล อังกฤษ ของ ท รู2021โปรโมชั่น| สล็อตเงินทองเติมเงินไทยฟรี| ไพ่ แค ง เล่น ได้ เงิน จริงการพนัน| คาสิโนแบล็คแจ็คการเดิมพัน| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สปอร์ต พูล ฟัน ธงลงทะเบียนฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอลเอฟเอคัพ 2021| ฟุตบอลยูฟ่าเมื่อคืนทดลองใช้ฟรี| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ ตลาด ลูก หนัง ทีเด็ดทดลองใช้ฟรี| ยูเอสเอ พรีเมียร์ ซอคเกอร์ ลีก (หญิง)ประเทศไทย| ฟุตบอล การ์ตูน pngการเดิมพัน| ตาราง คะแนน บอล โลก 2021 รอบ คัดเลือก ยุโรป ล่าสุด2021โปรโมชั่น| มูลค่า ทีม ฟุตบอล ไทย ลีกลุ้นบาท| ดูบอลสด นครราชสีมา พบ เมืองทอง| บาคาร่า holidayเติมเงินไทยฟรี| เว็บ พนัน บอล ฝาก ขั้น ต่ํา 100 โบนัส 100การพนัน| ดูบอลสด 90min2021 เล่นฟรี| ดู บอล สด ออนไลน์ ทุก ลีกรับเงินบาท| วิเคราะห์ ผล บอล มาร์กเซยลุ้นบาท|